ทนายสุมิตรชัยและชาวบ้านสันตับเต่า จังหวัดลำพูน 2 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหา “นำสืบพยานหลักฐานเท็จและข้อหาเบิกความเท็จ” สภ.นิคมอุตสาหกรรม จังหวัดลำพูน

ทนายสุมิตรชัยและชาวบ้านสันตับเต่า จังหวัดลำพูน 2 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหา “นำสืบพยานหลักฐานเท็จและข้อหาเบิกความเท็จ” สภ.นิคมอุตสาหกรรม จังหวัดลำพูน

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2562) เวลา 10.00 น. ทนายสุมิตรชัย หัตถสาร และชาวบ้านบ้านสันตับเต่า จังหวัดลำพูนอีก  2 ราย จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดลำพูน

โดยทนายสุมิตรชัยถูกแจ้งความในข้อหานำสืบพยานหลักฐานเท็จ ส่วนชาวบ้าน บ้านสันตับเต่า จำนวน 2 ราย  ถูกดำเนิคดีข้อหาเบิกความเท็จต่อศาลทั้งในคดีอาญาและคดีแพ่ง 

นายสุมิตรชัย  ถูกดำเนินคดี เนื่องจากเป็นทนายให้ชาวบ้าน บ้านสันตับเต่า จังหวัดลำพูน คือ นางสายทอง เตชะระ และนางสมรัตน์ วรรณภิระ ที่ถูกฟ้องเป็นคดีอาญาเมื่อปี 2556 และศาลมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์เมื่อปี 2557 และคดีแพ่งที่ถูกฟ้องขับไล่ ในปี 2560  โดยนายทุนได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน กล่าวหาว่า นางสายทอง เตชะระ และนางสมรัตน์ วรรณภิระ เบิกความเท็จต่อศาลทั้งในคดีอาญาและคดีแพ่ง และกล่าวหาทนายความสุมิตรชัย หัตถสาร ว่านำสืบพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในคดีอาญา  พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้และออกหมายเรียกให้นางสายทอง เตชะระ  นางสมรัตน์ วรรณภิระ และนายสุมิตรชัย หัตถสาร ทนายความ ให่ไปรับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 10.00 น ย้อนอ่านข้อมูลเกี่ยวกับคดีบ้านเต่า อันนำมาสู่การถูกดำเนินคดีข้อหาเบิกความเท็จ

สุมิตรชัยเป็นใคร

สุมิตรชัย หัตถสาร (หรือที่ชาวบ้านทนายเเย้) ประกอบอาชีพทนายความ  ตั้งแต่ปี 2531 ทั้งนี้บทบาทนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน เริ่มต้นเมื่อปี 2545 จากการเขาได้รับการแต่งตั้งจากสภาทนายความให้เป็นคณะทำงานช่วยเหลือคดีข้อพิพาทด้านที่ดินระหว่างนายทุนกับชาวบ้านที่จังหวัดลำพูน จำนวน 44 คดี มีชาวบ้านถูกจับจำนวน 125 คน

หลังจากนั้น ปี 2547 ได้ก่อตั้ง ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น ขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยเฉพาะประชาชนรากหญ้า เกษตรกรรายย่อย และกลุ่มชนเผ่าชาติพันธุ์ เนื่องจากพบว่ษพื้นที่ภาคเหนือ รวมทั้งทนายความจากส่วนกลางยังมีความเข้าใจต่อประเด็นปัญหาความไม่เป็นธรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะที่ดินและป่าไม้ที่ชาวบ้านต้องเผชิญนั้น ยังมีน้อยอยู่

ถัดมาในปี 2551 ทนายสุมิตรชัย ได้ร่วมกับนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนหลายคนและมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ก่อตั้ง “เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน” ขึ้นมาเพื่อเป็นองค์กรในการสร้างนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนรุ่นใหม่ขึ้นมา ต่อมาได้จดทะเบียนเป็น “สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน” ขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนในด้านต่างๆ และให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในด้านต่างๆ ปัจจุบันได้รับการเลือกให้เป็น “นายกสมาคม”

สุมิตรชัยไม่เพียงให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย เเต่ยังมีบทบาทในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ประเด็นสิทธิชุมชน เเละสิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแก่ชาวบ้าน รวมถึงสร้างความเข้าใจด้านสิทธิมุนษยชนต่อสังคมไทย  ผ่านการจัดอบรม, เวทีวิชาการ, รวมทั้งการสอนในชั้นเรียน ทั้งนี้ คดีที่สำคัญที่เขาให้ความช่วยเหลือ เช่น 2 ชาวบ้านแม่อมกิ  คดี วิสามัญฯ ‘ชัยภูมิ ป่าแสเป็นต้น อ่านประวัติการทำงานของทนายสุมิตรชัย เพิ่มเติม