แถลงการณ์ เรียกร้องสภาทนายความแสดงบทบาทในการพิทักษ์ความเป็นอิสระแห่งวิชาชีพ

แถลงการณ์ เนื่องในวันทนายความ สภาทนายความต้องแสดงบทบาทอย่างเข็มแข็งในการพิทักษ์ความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ตามวิชาชีพของทนายความ รวมทั้งร่วมปกป้องหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชน ภายหลังการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา พบว่ามีการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่มีความพิเศษผิดไปจากระบบปกติเพื่อจัดการกับผู้เคลื่อนไหวที่เห็นต่างจากคณะรัฐประหาร หรือจัดการกับชาวบ้านหรือบุคคลที่ลุกขึ้นมามีส่วนร่วม เรียกร้องและตรวจสอบรัฐ โดยมีการเลือกใช้กฎหมายหรือคำสั่งของคณะรัฐประหาร อาทิ พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ หรืออื่นๆ เพื่อจัดการกับประชาชนที่ไม่ยอมเชื่อฟัง และที่สำคัญกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการให้ความเป็นธรรม คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐได้อย่างที่ควรจะเป็น ทำให้การบังคับใช้กฏหมายค่อนข้างเป็นไปโดยอำเภอใจและไร้เหตุผลที่ถูกต้อง ดังเราจะเห็นการเรียกคนเข้าค่ายทหารหรือสถานีตำรวจโดยปราศจากความผิด การตั้งข้อหาแปลกประหลาดพิศดารเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ ร้ายกว่านั้น การปฏิบัติหน้าที่ของทนายความในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลยก็ตกอยู่ในสภาวะยากลำบาก กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการคุกคามการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความด้วยเช่นกัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีทนายความอย่างน้อย 2 รายเท่าที่เรามีข้อมูล ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี คือ กรณีทนายเบญจรัตน์ มีเทียน ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีโดยเจ้าหน้าที่ทหารเพื่อตอบโต้กลับจากการที่เธอได้รับมอบอำนาจจากลูกความซึ่งตกเป็นจำเลยในกรณี “ขอนแก่นโมเดล” ให้แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ทหารเหล่านั้ และกรณีทนายศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 14 คน ที่ถูกข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ซึ่งเธอถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าจะทำการตรวจค้นหาหลักฐานของ […]

แถลงการณ์ให้รัฐเคารพเสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะ  และปล่อยประชาชนที่ถูกควบคุมตัวจากการค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่โดยไม่มีเงื่อนไข

แถลงการณ์ เรื่อง ขอให้เคารพเสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะ และปล่อยประชาชนที่ถูกควบคุมตัวจากการค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่โดยไม่มีเงื่อนไข ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมแกนนำค้านโรงไฟฟ้ากระบี่สามคน คือ นายประสิทธิชัย หนูนวล นายอัครเดช ฉากจินดา และ ม.ล.รุ่งคุณ กิตติยากร และได้ควบคุมตัวไว้ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) และมีการควบคุมตัวประชาชนอีกกว่า 10 คนไว้นั้น สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.) และองค์กรที่มีชื่อท้ายแถลงการณ์ เห็นว่าการใช้เสรีภาพในการชุมนุมเพื่อคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ เป็นการใช้เสรีภาพชุมนุมตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ที่กำหนดว่า “การชุมนุมในที่สาธารณะ เพื่อเรียกร้อง สนับสนุน คัดค้าน หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยแสดงออกต่อประชาชนทั่วไป..”อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมได้แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นการชุมนุมผิดเงื่อนไข จึงไปร้องต่อศาลแพ่ง ให้วินิจฉัยว่าให้เลิกการชุมนุมและศาลแพ่งได้มีหมายนัดให้มีการไต่สวน ผู้จัดการชุมนุม ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.00 น. ในระหว่างที่รอการไต่สวนของศาลแพ่งนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการห้ามผู้ชุมนุมไม่ให้ใช้ห้องน้ำ และไม่ให้ส่งอาหารให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมรับประทาน อันเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์ขั้นพื้นฐานอย่างรุนแรง อีกทั้งเจ้าหน้าที่ได้จับกุมแกนนำสามคนโดยไม่แจ้งสถานที่ควบคุมตัว ไม่แจ้งญาติ หรือทนายความให้ทราบในระหว่างการสอบสวน อันเป็นการขัดกับหลักสิทธิเสรีภาพตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ทั้งนี้โดย ไม่รอการไต่สวนของศาลแพ่ง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 […]