Deprecated: jetpack_check_mobile used for an anonymous function is deprecated since version with no alternative available. in /home2/cp416512/public_html/naksit.net/wp-includes/functions.php on line 4723
SLAPPs

SLAPPs

สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด : กรณีจับ-ดำเนินคดีพ.ร.บ.คอมฯ ผู้กลับจากสเปน โพสต์เล่า ไม่มีมาตรการตรวจโควิดที่สนามบิน

กรณีดนัย อุศมา โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นบน Facebook ในเชิงการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า “ตนเดินทางจากบาเซโลน่า ที่สนามบินบาเซโลน่า ตนและคนอื่นๆถูกตรวจร่างกายอย่างเข้มงวดก่อนจะขึ้นเครื่อง มาต่อเครื่องที่อาบูดาบี ต้องเดินผ่าน 3 ขั้นตอนในการตรวจร่างกายก่อนขึ้นเครื่อง จนบินมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิไม่ได้รับการตรวจสุขภาพใดๆ” และถูกเข้าจับกุมเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563 ในข้อหา “นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน” ซึ่งเป็นการถูกจับกุมในระหว่างที่นายดนัยกำลังกักกันตัวเองตามนโยบายของภาครัฐที่ให้กักตัว 14 วันหลังจากกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง และเป็นการจับโดยที่ไม่มีการออกหมายเรียกมาก่อน

ข้อเสนอถึง ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ประเด็นเรื่องการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมสาธารณะ(SLAPPs)

วันนี้ (16 มกราคม 2562) สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) เข้ายื่นข้อเสนอประเด็นเรื่องการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมสาธารณะ (SLAPPs) ต่อประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เนื่องจากในปัจจุบันประชาชนซึ่งใช้สิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ เพื่อเรียกร้องการปกป้องคุ้มครองสิทธิของตนเองหรือผู้อื่น ต้องเผชิญกับการถูกฟ้องคดีทั้งคดีแพ่งและอาญาต่อศาล

คดีป่าแหว่ง: สำนักงานศาลยุติธรรมฟ้องหมิ่นประมาทแกนนำและสมาชิกเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 11.00 น.นายธีรศักดิ์ รูปสุวรรณ นายเรืองยศ สินธิโพธิ์ 2 ผู้ถูกกล่าวหาและทนายความจากสมาคมสิทธิเสรีภาพและสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางไปที่สำนักงานอัยการพิเศษ

ศาลพิพากษายกฟ้องนักวิชาการกะเหรี่ยง กรณีชัยวัฒน์ฟ้องหมิ่นประมาท หลังโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการครอบครองพื้นที่ในป่าสงวน

18 พฤศจิกายน 2562 ศาลจังหวัดมีนบุรี อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.6246/2561 ซึ่งเป็นคดีระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานสูงสุด โจทก์ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

Protecting Public Protest: The case of SLAPP Lawsuit

SLAPP cases in Thailand are typically employed by government officials and the private sector utilising both civil and criminal cases. Criminal defamation can result in punishment of 2 years imprisonment and a 100,000 baht fine. Sedition cases caring a punishment of 6 years imprisonment and a 200,000 baht fine. Other SLAPP charges including disrupting public order, trespassing, falsifying information and perjury have also has been used. 

นัดสืบพยานโจทก์คดีฟ้องนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งเเวดล้อมฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและหมิ่นศาล

คดีนี้เป็นคดีหมายเลขดำที่ 99/2562 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ กับ นายกฤษกร ศิลารักษ์ จำเลย ในฐานความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และหมิ่นประมาทศาล

คดีนักข่าว Voice TV ถูกบริษัทฟาร์มไก่ฟ้องหมิ่นประมาท กรณีทวิตข้อความเกี่ยวกับคดีแรงงานฟาร์มไก่ 14 คน

คดีนี้เป็นคดีที่นางสาวสุชาณี รุ่งเหมือนพร หรือ นางสุชาณี คลัวเทอ นักข่าวถูก บริษัทธรรมเกษตร โดยนายชาญชัย เพิ่มผล ผู้รับมอบอำนาจ ยื่นฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.118/2562 ต่อศาลจังหวัดลพบุรี ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยมีมูลเหตุมาจากในระหว่างที่นางสาวสุชาณีฯ เป็นนักข่าวอยู่สำนักข่าว Voice TV และได้เผยแพร่ข้อความเพื่อประกาศข่าวสารในทวิตเตอร์ โดยเผยแพร่ข้อความต่อจากนายอานดี้ ฮอลล์ อดีตที่ปรึกษาเครือข่ายด้านสิทธิแรงงานข้ามชาติ (MWRN) ในวันที่ 14 กันยายน 2560

กรณีนายกฤษกร ศิลารักษ์ หรือ ป้าย ปากมูล นักปกป้องสิทธิมนุษยชนถูกฟ้องหมิ่นประมาท

ที่ปรึกษาสมัชชาคนจนเขื่อนปากมูล ถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น 2 คดี ณ ศาลจังหวัดอุบลราชธานี จากการตรวจสอบและปกป้องพื้นที่สาธารณะ “ดอนคำพวง” และการเรียกร้องให้แก้ไขปัญหากรณีเขื่อนปากมูลที่เรื้อรังมานาน คดีแรกเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2445/2561 ในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์,หมิ่นประมาท และคดีที่สองเป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ 99/2562 ในข้อหาหมิ่นประมาท

การฟ้องปิดปากทางอาญา สร้างทั้งภาระให้จำเลย และยังใช้ทรัพยากรของรัฐไปโดยสิ้นเปลือง

หากติดตามกรณีการใช้ กฎหมายหรือกระบวนการยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือในการดำเนินคดีต่อผู้ที่ใช้สิทธิในการมีส่วนร่วมสาธารณะ โดยการเเสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์หรือร้องเรียน ฯลฯ จะพบว่าผู้ที่มักตกเป็นเป้าหมายของการถูกดำเนินคดีจะพบว่ามีทั้งกลุ่มที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรเเละการช่วยเหลือทางคดีได้ เช่น กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง นักพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน นักวิชาการ กับ กลุ่มที่เข้าถึงทรัพยากรค่อนข้างลำบาก เช่น กลุ่มประชาชนที่เคลื่อนไหวคัดค้านโครงการพัฒนาต่างๆ กลุ่มผู้ถูกละเมิดหรือญาติที่เรียกร้องความเป็นธรรม เป็นต้น

เมื่อการมีส่วนร่วมสาธารณะผ่านช่องทางรัฐมีปัญหา ประชาชนจึงออกมาร้องเรียนผ่านโลกออนไลน์

ปัจจุบันจะพบว่าพื้นที่สนทนาหลักของสังคมกลายเป็นการสื่อสารกันผ่านโลกออนไลน์เป็นหลัก ซึ่งในพื้นที่ออนไลน์นี้ไม่ได้เต็มไปด้วยข้อมูลความคิดเห็นของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ถูกนำมาใช้ในการร้องเรียน กรณีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ การดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ หรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของเอกชนที่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องเรียน ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ประชาชนออกมาเรียกร้องผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเพราะการพัฒนาของเทคโนโลยีทางการสื่อสารเท่านั้นจริงหรือ?

You may have missed