นักปกป้องสิทธิฯ

เบื้องหลังการหายไปมีเรื่องราว : การหายไปของบิลลี่และจิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจานที่ปลิดปลิว

ในทุกรอบปีของวันที่มีคนหายไป หรือทุกรอบปีของวันคนหายสากล ครอบครัวของคนที่หายไปยังคงเฝ้ารำลึกถึงคนหาย รำลึกถึงอย่างภูมิใจปนทรมานใจในการต่อสู้อย่างกล้าหาญเพื่อสังคมที่ดีขึ้น ทุกคนหวังว่าความเป็นธรรมจะเกิดขึ้น กฎหมายจะปกป้องผู้คนจากเหตุการณ์เหล่านี้ หวังว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับผู้ใดอีก และหวังว่าหากมีผู้ใดต่อสู้ พวกเขาจะชนะ และไม่หายไปตลอดกาล

เส้นทางที่พร่าเลือน คดีไปทางไหนต่อ ผ่านไป 2 ปี หลังจากชัยภูมิ ป่าแสถูกวิสามัญฆาตกรรม

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2562 เป็นวันครบรอบ 2 ปีวันที่นายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมชาวลาหู่ ถูกเจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญฆาตกรรม ณ บริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่าชัยภูมิมียาเสพติดไว้ในครอบครองกว่าสองพันเม็ด และมีพฤติการณ์จะขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ จึงเป็นเหตุต้องวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิในขณะนั้น จนวันนี้ ผ่านไป 2 ปีที่ไม่ทราบข่าวคราวของคดีดังกล่าวนี้ เกิดคำถามว่าคดีนี้จะไปทางไหนต่อ หลังจากเกิดเหตุวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส ซึ่งเป็นการตายอันเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จึงต้องมีการชันสูตรพลิกศพและไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 และ150 โดยพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ก็ได้ยื่นคำร้องขอไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ (ไต่สวนการตาย) เพื่อให้ศาลทำการไต่สวนและทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย และญาติของนายชัยภูมิเข้าร่วมเป็นผู้ร้องซักถาม และตลอดเวลาทั้งในช่วงเวลาก่อนและหลังศาลมีคำสั่งเรื่องการชันสูตรพลิกศพ ทางญาติ ทนายความ และองค์กรที่ให้ความสนใจกรณีนี้ ได้มีความพยายามจะขอเรียกดูภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณด่านตรวจที่สามารถบันทึกภาพในวันเกิดเหตุเอาไว้ ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะบอกแก่ประชาชนได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในเวลาที่เกิดเหตุ โดยในท้ายที่สุดสำนักงานเลขาธิการกองทัพบกได้ส่งหนังสือตอบกลับมาถึงสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนว่า “ไม่พบข้อมูลภาพใดๆจากกล้องวงจรปิดในวันที่เกิดเหตุ” (อ่านเพิ่มเติม : หนังสือตอบกลับจากสำนักเลขาธิการกองทัพบก https://www.facebook.com/naksit.org/photos/a.135675933167580/1828836647184825/?type=3&theater และ ข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดวิสามัญชัยภูมิ ป่าแสหายไป ใครต้องรับผิดชอบ? : https://naksit.net/2018/08/article/ […]

ทนายสุมิตรชัยและชาวบ้านสันตับเต่า จังหวัดลำพูน 2 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหา “นำสืบพยานหลักฐานเท็จและข้อหาเบิกความเท็จ” สภ.นิคมอุตสาหกรรม จังหวัดลำพูน

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2562) เวลา 10.00 น. ทนายสุมิตรชัย หัตถสาร และชาวบ้านบ้านสันตับเต่า จังหวัดลำพูนอีก  2 ราย จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดลำพูน โดยทนายสุมิตรชัยถูกแจ้งความในข้อหานำสืบพยานหลักฐานเท็จ ส่วนชาวบ้าน บ้านสันตับเต่า จำนวน 2 ราย  ถูกดำเนิคดีข้อหาเบิกความเท็จต่อศาลทั้งในคดีอาญาและคดีแพ่ง  นายสุมิตรชัย  ถูกดำเนินคดี เนื่องจากเป็นทนายให้ชาวบ้าน บ้านสันตับเต่า จังหวัดลำพูน คือ นางสายทอง เตชะระ และนางสมรัตน์ วรรณภิระ ที่ถูกฟ้องเป็นคดีอาญาเมื่อปี 2556 และศาลมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์เมื่อปี 2557 และคดีแพ่งที่ถูกฟ้องขับไล่ ในปี 2560  โดยนายทุนได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน กล่าวหาว่า นางสายทอง เตชะระ และนางสมรัตน์ วรรณภิระ เบิกความเท็จต่อศาลทั้งในคดีอาญาและคดีแพ่ง และกล่าวหาทนายความสุมิตรชัย หัตถสาร ว่านำสืบพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในคดีอาญา  พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้และออกหมายเรียกให้นางสายทอง เตชะระ  นางสมรัตน์ วรรณภิระ และนายสุมิตรชัย หัตถสาร […]

สามนักสิทธิ : การดำเนินคดีกับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้วยเหตุของการรายงานและกล่าวถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี กล่าวหานายสมชาย หอมลออ กับพวก ผู้ต้องหา โดยเรียกนายสมชาย หอมลออ ที่ปรึกษามูลนิธิผสานวัฒนธรรม นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และนางสาวอัญชนา หีมมีหน๊ะ ประธานกลุ่มด้วยใจ ในข้อหา “ร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กล่าวคือ ผู้เสียหายตรวจพบว่า มีการนำเอาเอกสารรายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี ในจังหวัดชายแดนใต้ ปี พ.ศ. 2557-2558 ซึ่งเป็นความเท็จ ไปเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ในเวปไซต์  http://voicefromthais.wordpress.com และจัดพิมพ์แจกจ่ายให้คนทั่วไปทราบ”  ต่อมาวันที่ 8 มิถุนายน 2559 พ.ต.ท.วิญญู เทียมราช พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี ได้มีหมายเรียกผู้ต้องหา รวมสามคนไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทั้งสามคน ได้เข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนในวันที่ 26 ก.ค.2559 โดยทั้งสามให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และทั้ง 3 คนจะส่งรายละเอียดคำปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเอกสารในภายหลัง ภายในกำหนดระยะเวลา 60 วัน การแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กลุ่มด้วยใจ […]

ไผ่ ดาวดิน นักเคลื่อนไหวผู้หยัดยืนเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือชื่อที่หลายคนอาจคุ้นเคยคือ ไผ่ ดาวดิน เขาเป็นนักศึกษาที่เคลื่อนไหวในประเด็นทางสังคมการเมืองมาอย่างโชกโชน  ไผ่เป็นนักศึกษาที่เข้าไปทำงานกับชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดสิทธิ และไผ่ยังเป็นสมาชิกของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งเป็นขบวนการของคนรุ่นใหม่ที่เคลื่อนไหวในประเด็นทางสังคมและการเมือง ในช่วงก่อนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่มีขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ขบวนการประชาธิปไตยให่ได้เคลื่อนไหวรณรงค์เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชน ผ่านการแจกเอกสารที่ทางขบวนการได้จัดทำขึ้น จากกิจกรรมในลักษณะดังกล่าว ทำให้สมาชิกหลายคนของขบวนการถูกจับกุมดำเนินคดีตามมาตรา 61 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 หรือบางกรณีก็พ่วงข้อหาคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ห้ามการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนเข้าไปด้วย ส่วนกรณีของไผ่ เขาถูกจับกุมโดยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2559 เวลา 16.30 น. ก่อนวันลงประชามติเพียงวันเดียว หลังจากเดินแจกเอกสารรณรงค์โหวตโนของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ในตลาดภูเขียวได้เพียง 300 เมตร โดยไผ่ถูกจับกุมพร้อมเพื่อนอีกหนึ่งคนคือ วศิน พรหมมณี ทั้งสองถูกตั้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61(1) ฐานแจกเอกสารรณรงค์โหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งต่อมาอัยการส่งฟ้อง และศาลรับฟ้อง กรณีนี้ทั้งสองเห็นว่า การใช้เสรีภาพในการให้ความรู้เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแก่ประชาชนในวันที่ 6 […]

ใช้ บุญทองเล็ก นักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดิน สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้

นายใช้ บุญทองเล็ก อายุ 61 ปี สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) และนักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินชุมชนคลองไทรพัฒนา ตำบลไทรทอง อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2558 ซึ่งในการสอบสวนพบว่ามีผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องจำนวนสามคนคือ มือปืน ผู้จ้างวาน และคนขับรถจักรยานยนต์ แต่ในชั้นฟ้องร้องดำเนินคดี สามารถนำเพียงผู้ต้องต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นคนขับรถจักรยานยนต์เท่านั้นมาดำเนินคดีในชั้นศาลได้ ต่อมาพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้ที่ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ให้มือปืนที่ก่อเหตุยิงนายใช้ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ ญาติของนายใช้ ได้ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ โดยมีทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนให้การช่วยเหลือในด้านการดำเนินคดี เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2559 ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ เนื่องจากศาลเห็นว่าประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองคนไม่น่าจะจดจำใบหน้าคนร้ายได้ เพราะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ พยานอยู่ห่างจากจุดที่คนขับรถยืนอยู่พอสมควร ประกอบกับเป็นช่วงเวลาใกล้ค่ำ ส่วนที่โจทก์ร่วมนำสืบในประเด็นการใช้โทรศัพท์ของจำเลยซึ่งเชื่อมโยงกับคนยิงนั้น เห็นว่าเป็นข้อมูลหลังจากวันเกิดเหตุเวลานานมาก จากพยานหลักฐานและการนำสืบดังกล่าวจึงไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ซึ่งฝ่ายโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 ล่าสุดวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ก็ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ การเสียชีวิตของนายใช้ คาดว่ามีสาเหตุหลักมาจากการต่อสู้ร่วมกับชาวชุมชนคลองไทรพัฒนา […]

บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิและวิถีชีวิตชาติพันธุ์กระเหรี่ยงแห่งแก่งกระจาน

นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2557 หลังจากถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ด่านเขามะเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าบิลลี่มีรังผึ้งและน้ำผึ้งป่าไว้ในครอบครอง หลังจากนั้นบิลลี่ก็หายตัวไปโดยไม่ทราบชะตากรรมจนกระทั่งบัดนี้ แม้ภายหลังนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับกุมจะอ้างว่าได้ทำการตักเตือนและปล่อยตัวบิลลี่ไปแล้ว อย่างไรก็ดี ไม่ปรากฏหลักฐานที่อ้างเกี่ยวกับการจับกุมและหลักฐานการปล่อยตัวแต่อย่างใด บิลลี่เป็นแกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน และผู้ช่วยทนายความในคดีที่ชาวบ้านบางกลอยยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติฯ ต่อศาลปกครองกลาง จากกรณีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เข้ารื้อทำลาย เผาบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวบ้านกว่า 20 ครอบครัว ที่บ้านบางกลอยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2554 ตาม“โครงการขยายผลการอพยพ ผลักดัน/จับกุม ชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตามแนวชายแดนไทยพม่า” หรือ “ยุทธการตะนาวศรี” เพื่อผลักดันให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่ แม้จะปรากฏผลการศึกษายืนยันว่าชาวบ้านเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมชาวปาเกอญอที่ตั้งรกรากอาศัยอยู่ในพื้นที่มาเป็นเวลาร่วมกว่า 100 ปีแล้ว ขณะที่บิลลี่หายตัวไปนั้นอยู่ระหว่างการเตรียมข้อมูลเพื่อต่อสู้คดีดังกล่าว นอกจากนี้ บิลลี่ยังอยู่ระหว่างการเตรียมถวายฎีกาเพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย ทั้งนี้ ยังเชื่อด้วยว่านายบิลลี่มีพยานหลักฐานเกี่ยวกับคดีและกรณีร้องเรียนดังกล่าวอยู่กับตัวด้วยในขณะที่หายไป ทั้งนี้ คดีดังกล่าว ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 กันยาน 2559 ซึ่งคำพิพากษาโดยสรุประบุว่า ผู้ร้องที่เป็นชาบบ้านกลุ่มชาติพันธุ์กระเหรี่ยงไม่มีสิทธิอยู่อาศัยในพื้นที่ดั้งเดิม ส่วนการรื้อถอนด้วยวิธีเผาทำลายเพิ่งพักและยุ้งฉาง ศาลตัดสินว่าเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องเหมาะสมตามหลักความได้สัดส่วนและตามควรแก่กรณีสภาพการณ์ ถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจโดยชอบของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว อย่างไรก็ดี ศาลให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช […]

ทนายสมชาย นีลไพจิตร ทนายความด้านสิทธิผู้ทำงานตรวจสอบอำนาจรัฐในสถานการณ์พิเศษ

นายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ถูกบังคับให้สูญหายเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2547 การบังคับสูญหายทนายสมชาย คาดว่ามีมูลเหตุมาจากการที่เขาทำงานช่วยเหลือทางคดีแก่ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ และเขายังมีบทบาทในการเคลื่อนไหวรณรงค์เพื่อยกเลิกกฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงที่ประกาศใช้ในพื้นที่ด้วย ในทางคดี พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญาพิเศษ 6 ได้เป็นโจทก์ฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจรวม 5 นายได้แก่ พ.ต.ต.เงิน ทองสุก พ.ต.ท.สินชัย นิ่มปุญกำพงษ์ จ.ส.ต.ชัยเวง พาด้วง ส.ต.อ.รันดร สิทธิเขต และ พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน ต่อศาลอาญาเป็นคดีหมายเลขดำที่ 1952/2547 ในความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะและร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นโดยทำให้กลัวว่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพโดยใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 390 และ 391 เพราะเหตุประเทศไทยยังไม่มีความผิดฐานบังคับให้บุคคลสูญหายโดยตรง จึงต้องฟ้องในฐานความผิดอาญาอื่น คดีนี้ ครอบครัวผู้เสียหายได้ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ ซึ่งศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้ครอบครัวผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์กับอัยการได้  แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้อนุญาตให้ภรรยาของนายสมชายเข้าเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการและศาลฎีกาพิพากษายืน โดยทั้งสองศาลให้เหตุผลว่าคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 5 (2) กล่าวคือภรรยาและบุตรไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่านายสมชายได้ถูกทำร้ายจนถึงแก่ความตายตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถเข้าเป็นโจทก์ร่วมเอง ประเด็นที่ญาติของนายสมชายไม่สามารถเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมในการนำคนผิดมาลงโทษอย่างสิ้นเชิงโดยส่วนสำคัญของปัญหาคคือการขาดซึ่งกฎหมายอาญาที่กำหนดว่าการบังคับให้บุคคลหายสาบสูญหรืออุ้มหายเป็นความผิดทางอาญา และการตีความกฎหมายอย่างแคบไปในทางจำกัดสิทธิของญาติในการเข้าเข้าเป็นโจทก์ร่วมของศาลลทำให้สิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้เสียหายไม่ได้รับการยอมรับ การต่อสู้คดีที่ยาวนานกว่า 12 ปี จบลงด้วยการที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องจำเลยซึ่งเป็นตำรวจทั้ง 5 […]

เด่น คำแหล้ นักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินอีสาน

นายเด่น คำแหล้ ประธานโฉนดชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ แกนนำการต่อสู้เรื่องสิทธิที่ดินทำกินในภาคอีสาน หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลังเดินทางไปเก็บหน่อไม้บริเวณสวนป่าโคกยาว จ.ชัยภูมิ ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2559 นายเด่น คำแหล้ เป็นเกษตรกรใน ต.ทุ่งลุยลาย ตั้งแต่ก่อนพื้นที่ดังกล่าวจะถูกประกาศให้เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม จ.ชัยภูมิ ในปี 2516 โดยเด่นกับภรรยาได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินทำกินด้วยการปลูกสร้างสวนป่าโคกยาวและปลูกยูคาลิปตัส จนกระทั่งปี 2528 เจ้าหน้าที่ป่าไม้และกองกำลังทหารพรานได้อพยพครอบครัวของเด่น และชาวบ้านคนอื่น ๆ ออกจากพื้นที่ทำกิน โดยสัญญาว่าจะจัดสรรที่แห่งใหม่ให้รายละ 15 ไร่ แต่พื้นที่ที่รัฐจัดสรรให้กลับมีเจ้าของอยู่แล้ว ชาวบ้านจึงอยู่ในสภาพไร้ที่ดินทำกิน นายเด่น คำแหล้ ร่วมต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิที่ดินทำกินมานับแต่นั้น กระทั่งกระบวนการแก้ไขปัญหาเข้าสู่ปี 2548 คณะทำงานตรวจสอบพื้นที่โดยมี ธนโชติ ศรีกุล ปลัดอาวุโสอำเภอคอนสาร เป็นประธาน ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถือครองทำประโยชน์ที่ดิน และการสำรวจรังวัดพื้นที่ มีมติว่าสวนป่าโคกยาวได้สร้างผลกระทบขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ และให้ดำเนินการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนเป็นการต่อไป ต่อมาคณะอนุกรรมการสิทธิที่ดินและป่าในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ลงตรวจสอบพื้นที่และได้รายงานผลการละเมิดสิทธิ โดยมีมติว่าการปลูกสร้างสวนป่าโคกยาวได้ละเมิดสิทธิในที่ดินของผู้เดือดร้อน และให้ยกเลิกสวนป่าโคกยาว ทั้งนี้ในระหว่างการแก้ไขปัญหาจะได้ข้อยุติ ให้ผู้เดือดร้อน สามารถทำกินในระหว่างร่อง แถวของสวนป่าไปพลางก่อน ต่อมาพื้นที่พิพาทสวนป่าโคกยาว […]

ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความด้านสิทธิฯ ผู้ถูกเจ้าหน้าที่รัฐแจ้งความถึง 3 คดีสืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ทนายความ

ภายหลังจากการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นอกจากจะมีกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่มีความพิเศษผิดไปจากระบบปกติแล้ว การปฏิบัติหน้าที่ของทนายความในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลยก็ตกอยู่ในสภาวะยากลำบากด้วยเช่นกัน  การแจ้งความดำเนินคดีถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการคุกคามการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความ ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน คือหนึ่งในทนายความที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ ศิริกาญจน์ ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าจะทำการตรวจค้นหาหลักฐานของ 14 นักศึกษาจากรถยนต์ของเธอ เมื่อช่วงกลางดึกวันนี้ 27 มิถุนายน 2558 แต่เธอและทีมทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนไม่ยินยอม เนื่องจากการตรวจค้นวัตถุพยานตามกฎหมายจะต้องกระทำในที่เกิดเหตุ หรือต้องมีหมายศาล และเธอได้เข้าแจ้งความฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นี้จึงเป็นเหตุให้ต่อมาเธอถูกดำเนินคดี โดยปัจจุบัน ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้ว 3 คดี ได้แก่ คดีที่ 1 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ได้แจ้งความดำเนินคดีข้อหากระทำความผิดฐานซ่อนเร้นพยานหลักฐานและทราบคำสั่งเจ้าพนักงานแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามมาตรา 142 และมาตรา 368 ประมวลกฎหมายอาญา จากการที่ .ศิริกาญจน์ทำหน้าที่ทนายความปกป้องสิทธิของลูกความโดยการไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้นรถของตนโดยไม่มีหมายค้นเพื่อยึดโทรศัพท์มือถือของนักศึกษาทั้ง 14 คน ซึ่งฝากทีมทนายความไว้ก่อนเข้าเรือนจำในคืนวันที่ 26 มิ.ย. 2558 คดีนี้มีนัดฟังคำสั่งอัยการว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องต่อศาลแขวงดุสิตหรือไม่ในวันที่ 17 ม.ค. 2560 ซึ่นี้เป็นการเลื่อนรอบที่ 4 แล้ว คดีที่ 2 […]

1 2