วันที่ 15 ก.ค. 64 ผู้ฟ้องคดี 11 คนร่วมกับทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดในคดียื่นฟ้องผู้บัญชาการตำรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดกั้นขัดขวางและใช้กำลังสลายการชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และละเลยต่อหน้าที่ดูแลความปลอดภัยพื้นที่ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมและประชาชนได้รับบาดเจ็บและถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จากเหตุการณ์ชุมนุมบริเวณใกล้รัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องเนื่องจากเห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลแพ่ง

สืบเนื่องจากที่นางสาวชลธิชา  แจ้งเร็ว และผู้เสียหายจากเหตุการณ์ชุมนุมรวม 11 คน ได้ยื่นฟ้องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 จากกรณีที่การใช้อำนาจปิดกั้นขัดขวางและใช้กำลังด้วยเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงและแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและหลักการสากล และละเลยต่อหน้าที่ดูแลความปลอดภัยพื้นที่ชุมนุม ในการชุมนุมที่บริเวณรัฐสภาเพื่อติดตามการประชุมสภาในวาระพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 7 ฉบับ และเรียกร้องให้รัฐสภาลงมติเห็นชอบรับหลักการในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนร่วมลงรายชื่อกว่า 1 แสนรายชื่อ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 จนเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีและประชาชนผู้ชุมนุมจำนวนมากได้รับบาดเจ็บเสียหายและถูกละเมิดเสรีภาพการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งไม่รับฟ้องและให้จำหน่ายคดี โดยวินิจฉัยว่า แม้มูลฟ้องคดีนี้จะเป็นคดีพิพาทที่เกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่รัฐละเลยหน้าที่ตามกฎหมายและเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐอันเกิดจากการละเลยหน้าที่ ตามมาตรา 9 วรรคแรก (2) และ (3) พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ ก็ตาม แต่เนื่องจากมูลเหตุคดีนี้ฟ้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ซึ่งตามกฎหมายมีเจตนารมณ์ให้ศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดในพื้นที่ชุมนุมเป็นศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาคดี คดีนี้จึงไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครองที่จะรับไว้พิจารณา

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 64 ผู้ฟ้องคดีร่วมกับทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนซึ่งไม่เห็นด้วยกับคำสั่งไม่รับฟ้องของศาลปกครองกลางที่วินิจฉัยตัดเขตอำนาจของตนเองทั้งที่มูลคดีเป็นเรื่องการตรวจสอบการใช้อำนาจทางปกครอง จึงร่วมกันยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครองสูงสุด โดยมีข้อโต้แย้งศาลปกครองชั้นตอนในสองประเด็นสำคัญ ดังนี้

  1. มูลคดีนี้มีลักษณะเป็นข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่รัฐออกกฎและกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การละเลยหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ และการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคแรก (1) (2) และ (3) พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ การที่ศาลปกครองชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นคดีพิพาทเฉพาะตามมาตรา 9 วรรคแรก (2) และ (3) เกี่ยวกับการกระทำละเมิดเนื่องจากผู้บัญชาการตำรวจละเลยต่อหน้าที่ไม่ควบคุมเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ให้ถูกต้อง จึงเป็นการวินิจฉัยเหตุแห่งข้อพิพาทโดยไม่ครบถ้วน
  2. ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ กำหนดให้เป็นเขตอำนาจศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดในการพิจารณาเฉพาะกรณีที่เจ้าพนักงานร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เลิกการชุมนุม หรือกรณีผู้ชุมนุมยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานเท่านั้น โดยไม่ได้มีบทบัญญัติตัดอำนาจของศาลปกครองในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจทางปกครองตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ และตามหลักการของกฎหมาย ข้อพิพาททางปกครองเช่นคดีนี้ต้องได้รับการพิจารณาพิพากษาโดยศาลปกครองที่มีเขตอำนาจและความเชี่ยวชาญตามหลักกฎหมายมหาชนและหลักกฎหมายปกครองโดยตรง สอดคล้องกับแนววินิจฉัยของศาลปกครองที่ได้ทำหน้าที่เป็นศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีปกครองเกี่ยวกับการใช้เสรีภาพการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญของประชาชน และการปิดกั้นขัดขวางใช้กำลังสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาโดยตลอด นอกจากนี้ทั้งศาลปกครองและศาลยุติธรรมได้เคยแสดงความคิดเห็นไว้เองในชั้นพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เกี่ยวกับปัญหาและความไม่ถูกต้องเหมาะสมตามหลักการของกฎหมายและระบบศาลหากจะมีการกำหนดหรือตีความให้ศาลยุติธรรมเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการใช้อำนาจทางปกครองของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐภายใต้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และมีความเห็นสอดคล้องตรงกันว่า ศาลปกครองต้องเป็นกลไกในการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งและการกระทำทางปกครอง

ผู้ฟ้องคดีจึงใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อยืนยันว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลปกครอง และขอให้ศาลมีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณา

อ่านคำสั่งไม่รับฟ้องของศาลปกครองชั้นต้นฉบับเต็มได้ที่:คำสั่งไม่รับฟ้องคดีปกครองสลายการชุมนุมรัฐสภา17พย63

คำสั่งศาลปกครองกลางไม่รับฟ้องกรณีตำรวจสลายการชุมนุมเรียกร้องรัฐสภารับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!