หากติดตามสถานการณ์การใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือในการปิดกั้น ข่มขู่หรือกดดันประชาชนที่สนใจและอยากลุกขึ้นมามีส่วนร่วมทางการเมือง หรือที่เรียกว่า SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นว่าการฟ้องคดีในลักษณะดังกล่าวนั้น ทำให้ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของการถูกฟ้องต้องเผชิญการคุกคาม เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการสู้คดี และทำให้กิจกรรมหรือประเด็นที่เคลื่อนไหว เรียกร้องต้องหยุดชะงักลง

นอกจากนั้น การฟ้องคดี SLAPP ยังเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของคนในสังคมออกจากประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น และยังบั่นทอนให้ผู้ที่ติดตามประเด็นหรือสมาชิกที่เคลื่อนไหวเกิดความกลัวไม่กล้าลุกขึ้นมาใช้สิทธิเสรีภาพ ทำให้ส่งผลลดทอนการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการแสดงออกและสิทธิในการยื่นคำร้องต่อรัฐบาลในการแก้ไขเยียวยาความทุกข์ร้อน และกระทบต่อกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศ

ทั้งนี้แม้ว่า ในแต่ละประเทศจะกำหนดให้ประชาชนทุกคนจะมีสิทธิเสรีภาพทางความคิดและการแสดงความคิดเห็น ตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงกลไกกฎหมายในการกลั่นกรองคดีที่ฟ้องไม่สุจริตหรือไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่เนื่องจากการคุ้มครองตามปกติของกระบวนการยุติธรรมนั้น ไม่เพียงพอและไม่อาจยับยั้งการฟ้องร้องคดี SLAPPได้  จึงทำให้บางประเทศจำเป็นต้องมีตัวบทกฎหมายป้องกันการฟ้องคดีเพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมหรือที่เรียกว่า anti-SLAPP Law ออกมาเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมที่ต่อเนื่องในประเด็นที่มีนัยสำคัญทางสาธารณะและเพื่อป้องกันการฟ้องร้องที่มีวัตถุประสงค์จะใช้กระบวนการพิจารณาของศาลไปในทางมิชอบเพื่อระงับการมีส่วนร่วมในประเด็นสาธารณะนั้น ไม่เพียงเท่านั้น การมีกฎหมาย anti-SLAPP ไม่เพียงเพื่อคุ้มครองคุ้มครองผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของการถูกฟ้อง แต่ยังคุ้มครองถึงผู้อื่นที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในประเด็นสาธารณะด้วย เนื่องจากอันตรายที่เกิดจาก SLAPP ไม่ได้จำกัดอยู่ที่จำเลยเท่านั้น แต่ประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมทุกคนก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ในบทความนี้ สนส. จะนำเสนอวัตถุประสงค์หรือแนวคิดเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การมีส่วนร่วมในประเด็นสาธารณะของประชาชน ในรูปแบบของกฎหมาย ของประเทศที่มี anti-SLAPP Law  เพื่อชวนทุกคนร่วมกันพิจารณาถึงความจำเป็นในการออกกฎหมาย  anti-SLAPP ในประเทศไทย

หมายเหตุ: การฟ้องคดี SLAPP ในต่างประเทศ มีลักษณะเป็นการฟ้องคดีทางแพ่ง เเละส่วนมากจะเกิดกับกรณีที่บริษัทเอกชนฟ้องประชาชน ขบวนการเคลื่อนไหวซึ่งเเตกต่างจากบริบทของประเทศไทย ที่ร่วมกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานภาครัฐฟ้องคดีต่อประชาชนด้วย

 

รัฐ/ประเทศชื่อกฎหมาย (ปีที่ตรากฎหมาย)นิยามการฟ้อง SLAPPนิยามเกี่ยวกับลักษณะการกระทำ/
นิยามประเด็นสาธารณะ
สาระสำคัญวัตถุประสงค์ของกฎหมาย
มลรัฐ Arkansas/สหรัฐอเมริกาArkansas Code Title 16 - Practice, Procedure and Courts, Subtitle 5 - Civil Procedure Generally Chapter 63 - Pleadings And Pretrial Proceedings Subchapter 5 - Citizen Participation in Government Act, § 16-63-501 - 508 (2005)1. กำหนดคำนิยามของ "An act in furtherance of the right of free speech or the right to petition government for a redress of grievances under the United States Constitution or the Arkansas Constitution in connection with an issue of public interest or concern" มีความหมายในทำนองเดียวกับนิยามของคำว่า “Exercise of the right of petition” โดยรวมถึงการดำเนินการของฝ่ายตุลาการ (judicial proceeding)

2. กำหนดคำนิยามของคำว่า "Privileged communication" หมายถึงการสื่อสารที่ทำขึ้นเกี่ยวกับประเด็นสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางนิติบัญญัติ บริหารหรือตุลาการ หรือการดำเนินการอื่นใดที่ได้รับอนุญาตจากรัฐ; ในการปฏิบัติหน้าที่ทางการอย่างเหมาะสม; และโดยรายงานที่เป็นธรรมและเป็นความจริงในการดำเนินการของฝ่ายนิติบัญญัติ บริหารหรือตุลาการ หรือการดำเนินการอื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐหรือสิ่งที่กล่าวในระหว่างการดำเนินการ และยังรวมถึงการแสดงความคิดเห็นหรือการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งมวลเกี่ยวกับการดำเนินการด้านนิติบัญญัติ บริหารหรือตุลาการ หรือการดำเนินการอื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาตโดยรัฐ และการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งมวลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการของเจ้าหน้าที่สาธารณะ แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงคำแถลงหรือรายงานที่ทำขึ้นโดยรู้ว่าเป็นเท็จหรือขาดความระมัดระวัง

3. กำหนดนิยามของคำว่า "Matter of public concern" หมายถึง ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ (A) สุขภาพหรือความปลอดภัย (B) สิ่งแวดล้อม, เศรษฐกิจและสุขภาวะชุมชน (community well-being) (C) การปกครอง (government) การแบ่งเขต (zoning) และการกำกับดูแลอื่นๆ (regulatory matters) (D) ข้าราชการหรือบุคคลสาธารณะ (a public official or public figure) (E) งานโสตทัศน์ (an audiovisual work)
1. กำหนดเรื่องการคุ้มกันจากการถูกฟ้องคดีว่า ให้บุคคลใดที่ทำการสื่อสารที่ได้รับเอกสิทธิ์ (privileged communication) หรือปฏิบัติหน้าที่ในการส่งเสริมสิทธิในเสรีภาพการพูดอิสระหรือสิทธิในการยื่นคำร้องเรียนต่อรัฐบาล ในประเด็นเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ จะต้องได้รับการคุ้มกันจากความรับผิดทางแพ่ง เว้นแต่คำแถลงหรือรายงานถูกสร้างขึ้นด้วยความรู้ว่ามันเป็นเท็จหรือขาดความระมัดระวัง

2. ในกฎหมายมีการระบุว่า หากการฟ้องร้องไม่ได้รับการตรวจยืนยันตามที่กำหนดดังกล่าว ให้เพิกถอนการฟ้องร้องนั้นไป เว้นแต่จะได้รับการตรวจสอบภายใน 10 วัน นับแต่การละเว้นถูกแจ้งให้คู่กรณีที่ฟ้องร้องหรือทนายทราบ
Arizona /สหรัฐอเมริกา Arizona Revised Statutes, Title 12 - Courts and Civil Proceedings § 12-751 Definitions and §12-752 Strategic lawsuits against public participation; motion to dismiss (2006)1. กำหนดนิยามของคำว่า “Exercise of the right of petition” ซึ่งหมายถึงการเขียนหรือการแถลงด้วยวาจาใดๆที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองเสรีภาพในการพูดตามรัฐธรรมนูญ และเป็นส่วนหนึ่งของการริเริ่ม การลงประชามติ หรือการพยายามเรียกล้มเลิก หรือทำขึ้นต่อหน้าหรือส่งต่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติ บริหารหรือการดำเนินการของรัฐบาล (Governmental proceeding) อื่นๆ การกระทำที่เกี่ยวกับประเด็นที่อยู่ภายใต้การพิจารณาหรือทบทวนโดยฝ่ายนิติบัญญัติ บริหารหรือการดำเนินการอื่นใดของรัฐบาล การกระทำเพื่อมีอิทธิพลต่อการกระทำ การตัดสินใจหรือผลลัพธ์ของรัฐบาล

2. กำหนดนิยามของคำว่า การดำเนินการของรัฐบาล (Governmental proceeding) หมายถึงการดำเนินการใด ๆ โดยเจ้าหน้าที่ข้าราชการหรือหน่วยงานของรัฐ และเขตการปกครองของรัฐ รวมถึงคณะกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ทั้งนี้ ไม่รวมการดำเนินการทางตุลาการ
มลรัฐ California/สหรัฐอเมริกาCode of Civil Procedure – Section 425.16 California’s Anti-SLAPP Law , Section 425.17. Section 425.18.กำหนดนิยามของคำว่า “act in furtherance of a person’s right of petition or free speech under the United States or California Constitution in connection with a public issue” ในทำนองเดียวกันกับกฎหมายของมลรัฐ Arkansas แต่มีขอบเขตที่กว้างกว่า กล่าวคือ ข้อความหรือคำพูดหรือข้อความใด ๆ ที่กระทำลงในสถานเปิดสู่สาธารณะหรือเวทีสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นประโยชน์สาธารณะ หรือ การดำเนินการอื่นใดเพื่อสนับสนุนการใช้สิทธิในการร้องเรียน หรือเสรีภาพในการพูดตามรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับประเด็นสาธารณะหรือประเด็นประโยชน์สาธารณะ1.ให้การคุ้มครองพิเศษแก่จำเลยซึ่งถูกฟ้อง SLAPP โดยเปิดช่องให้จำเลยยื่นคำขอพิเศษเพื่อยุติการดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว โดยสามารถขอได้ภายใน 60 วันหลังจากมีการร้องทุกข์ หรือภายหลังเมื่อศาลเห็นสมควร

2. หากศาลเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์นั้นเกี่ยวกับการใช้เสรีภาพในการพูดหรือสิทธิในการร้องทุกข์ของจำเลยตามรัฐธรรมนูญและไม่มีความเป็นไปได้ที่โจทก์จะชนะคดี

ศาลจะสั่งยกฟ้องโจทก์และสั่งให้โจทก์จ่ายค่าทนายความและค่าใช้จ่ายให้กับจำเลยได้ แต่หากศาลเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์มีความเป็นไปได้ที่จะชนะคดี ศาลจะสั่งดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป โดยจำเลยยังมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ยกคำขอพิเศษเพื่อยุติคดีนั้นได้

3.ให้มีการพักการไต่สวนไว้ เมื่อมีการยื่นคำขอพิเศษ เพื่อป้องกัน ไม่ให้มีค่าใช้จ่ายในการพิจารณาคดีสูงเกินไปและป้องกันผลกระทบที่จะข่มขวัญผู้ยื่นคำขอพิเศษเพื่อยุติคดี

4. ให้มีการอุทธรณ์แบบทันทีสำหรับคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ยื่นคำขอไม่สำเร็จ

5. โจทก์ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้เห็นอย่างเพียงพอว่าคดีมีมูล รวมถึงการแสดงให้เห็นว่าคำให้การตามรัฐธรรมนูญของจำเลยไม่สามารถใช้บังคับกับคดีได้ตามกฎหมาย
เพื่อกำหนดมาตรฐานพิเศษเพื่อรักษาไว้ซึ่งประโยชน์สาธารณะจากการฟ้องคดีในลักษณะ SLAPPs
Connecticut /สหรัฐอเมริกา Public Act No. 17-71 (ผ่านการเห็นชอบของวุฒิสภาในปี 2017 มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายเดือนมกราคม 2018 )1. กำหนดนิยามแยกเป็นสิทธิประเภทต่างๆ คือ
"Right of free speech" หมายถึง การสื่อสาร หรือดำเนินการสื่อสารในเวทีสาธารณะในเรื่องที่เกี่ยวกับความกังวลสาธารณะ
"Right to petition the government" หมายถึง (A) การสื่อสารที่เกี่ยวกับประเด็นที่อยู่ภายใต้การพิจารณาหรือทบทวนโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตุลาการหรือหน่วยงานของรัฐอื่นๆ (B) การสื่อสารอย่างมีเหตุผลซึ่งมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการพิจารณาหรือทบทวนประเด็นข้อกังวลสาธารณะโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตุลาการ หรือหน่วยงานรัฐอื่นๆ หรือ (C) การสื่อสารอย่างมีเหตุผลที่จะสนับสนุนการมีส่วนร่วมสาธารณะในความพยายามที่จะให้เกิดการพิจารณาประเด็นปัญหาโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตุลาการหรือหน่วยงานรัฐอื่น ๆ
"Right of association" หมายความว่า การสื่อสารระหว่างบุคคลที่มาร่วมกันเป็นกลุ่มเพื่อแสดงออก ส่งเสริม ติดตามหรือปกป้องผลประโยชน์ร่วมกัน

2. กำหนดนิยามของคำว่า "Matter of public concern" หมายถึง ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ (A) สุขภาพหรือความปลอดภัย (B) สิ่งแวดล้อม, เศรษฐกิจและสุขภาวะชุมชน (community well-being) (C) การปกครอง (government) การแบ่งเขต (zoning) และการกำกับดูแลอื่นๆ (regulatory matters) (D) ข้าราชการหรือบุคคลสาธารณะ (a public official or public figure) (E) งานโสตทัศน์
กำหนดนิยามแยกเป็นสิทธิประเภทต่างๆ คือ
"Right of free speech" หมายถึง การสื่อสาร หรือดำเนินการสื่อสารในเวทีสาธารณะในเรื่องที่เกี่ยวกับความกังวลสาธารณะ
"Right to petition the government" หมายถึง (A) การสื่อสารที่เกี่ยวกับประเด็นที่อยู่ภายใต้การพิจารณาหรือทบทวนโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตุลาการหรือหน่วยงานของรัฐอื่นๆ (B) การสื่อสารอย่างมีเหตุผลซึ่งมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการพิจารณาหรือทบทวนประเด็นข้อกังวลสาธารณะโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตุลาการ หรือหน่วยงานรัฐอื่นๆ หรือ (C) การสื่อสารอย่างมีเหตุผลที่จะสนับสนุนการมีส่วนร่วมสาธารณะในความพยายามที่จะให้เกิดการพิจารณาประเด็นปัญหาโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตุลาการหรือหน่วยงานรัฐอื่น ๆ
"Right of association" หมายความว่า การสื่อสารระหว่างบุคคลที่มาร่วมกันเป็นกลุ่มเพื่อแสดงออก ส่งเสริม ติดตามหรือปกป้องผลประโยชน์ร่วมกัน
มลรัฐ Florida/สหรัฐอเมริกาFla. Stat. § 768.295 and § 720.304 (2000)ระบุห้ามบุคคลหรือหน่วยงานรัฐยื่นฟ้องหรือเป็นเหตุให้ถูกฟ้องคดี มูลฟ้อง (cause of action) การฟ้อง การฟ้องแย้ง การร้องสอดต่อบุคคลอื่นหรือนิติบุคคลอื่นโดยปราศจากคุณธรรมและความสำคัญ เนื่องจากบุคคลหรือหน่วยงานดังกล่าวได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการพูดอย่างเสรีเกี่ยวกับประเด็นสาธารณะ หรือสิทธิในการชุมนุมอย่างสงบเพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้แทนของรัฐ หรือร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐขอให้แก้ไขปัญหา อันเป็นสิทธิที่ถูกรับรองตามรัฐธรรมนูญ (the First Amendment to the United States Constitution)ปกป้องสิทธิในการพูดอย่างเสรีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสาธารณะ และสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ แนะนำผู้แทนและยื่นคำร้องทุกข์เพื่อแก้ไขความคับข้องใจต่อหน่วยงานต่างๆของรัฐตามที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ เป็นนโยบายสาธารณะของรัฐว่าบุคคลหรือหน่วยงานของรัฐจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟ้องคดี SLAPP เนื่องจากการกระทำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับสิทธิของบุคคลที่จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการพูดอย่างเสรีในประเด็นสาธารณะ ด้วยเหตุนี้ สภานิติบัญญัติจึงประกาศว่า การห้ามมิให้ฟ้องคดีดังกล่าวจะช่วยรักษานโยบายพื้นฐานของรัฐ การรักษาสิทธิตามรัฐธรรมนูญของบุคคลในฟลอริด้า และประกันความต่อเนื่องของรัฐบาลแบบตัวแทนในรัฐนี้ เป็นเจตนาของฝ่ายนิติบัญญัติว่าการฟ้องร้องดังกล่าวจะต้องได้รับการกำจัดโดยศาลอย่างรวดเร็ว
Georgia/ สหรัฐอเมริกา GA. CODE ANN. § 9-11-11.1 (1996 แก้ไขเพิ่มเติม 2016)
มลรัฐ Hawaii/สหรัฐอเมริกาHaw. Rev. Stat. 634F-1 - 634F-4 (2002)1. a strategic lawsuit against public participation และคดีที่ไม่มีเหตุผลอันสมควร (a lawsuit that lacks substantial justification) หรือเป็นการแทรกแซงเพื่อประวิงเวลาหรือการล่วงละเมิด ซึ่งเป็นผลมาจากการมีส่วนร่วมสาธารณะของคู่กรณีต่อหน่วยงานของรัฐ (governmental body)

2. "Lacks substantial justification" หมายถึง ไม่มีสาระสำคัญอย่างยิ่ง (substantially frivolous) ไร้เหตุผลอย่างยิ่ง (substantially groundless) หรือกลั่นแกล้ง/รบกวนอย่างยิ่ง (substantially vexatious)
1. กำหนดว่าหากไม่มีการอนุญาตจากศาล คู่กรณีอีกฝ่าย (The responding party) มีเวลา 7 วันในการแก้ไขคำให้การของตน รวมถึงรายละเอียดที่สนับสนุน และมีภาระในการพิสูจน์ และให้ศาลจะให้ความเห็น ชอบคำร้องและสั่งยกฟ้องคดีได้ เว้นแต่ฝ่ายที่ฟ้องจะพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่ามีความเป็นไปได้ว่าคดีดังกล่าว ไม่ถือเป็นการฟ้องคดี SLAPP ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

2. ในการพิจารณาคดี กำหนดให้ศาลพิจารณาคำฟ้อง คำให้การสนับสนุนและคัดค้าน ซึ่งสาธยายข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแห่งความรับผิดหรือการต่อสู้คดี

3. ในกฎหมายระบุให้ มีการระงับการไต่สวนชั่วคราว ระหว่างการพิจารณาคำร้องหรืออุทธรณ์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี

4. กำหนดว่าคู่กรณีที่ยื่นคำร้องจะมีสิทธิดังต่อไปนี้ (ก) การอุทธรณ์โดยทันทีจากคำสั่งศาลที่ปฏิเสธคำร้อง และ (ข) ยื่นคำขอให้ศาลออกหมายบังคับของศาลให้ปฏิบัติการตามหน้าที่ (writ of mandamus) ถ้าศาลล้มเหลวในการตัดสินคดีอย่างเร่งด่วน

5. กำหนดให้ศาลตัดสินให้ชดใช้แก่คู่กรณีผู้ยื่นคำร้องที่ชนะคดีในการยื่นคำร้อง ดังนี้ (A) ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง หรือ 5,000 เหรียญ ขึ้นอยู่กับว่าจำนวนใดจะสูงกว่า (B) ค่าใช้จ่ายของคดี รวมถึงค่าทนายความและค่าธรรมเนียมพยานผู้เชี่ยวชาญที่สมเหตุสมผลที่เกิดขึ้นจากการยื่นคำร้องของยุติคดีโดยเร็ว (C) มาตรการบังคับเพิ่มเติมอื่นๆต่อคู่กรณีที่ฟ้อง ทนายความ หรือบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย (law firms) ตามที่ศาลกำหนด ซึ่งจะต้องเพียงพอที่จะยับยั้งการทำซ้ำและการกระทำของผู้อื่นในทำนองเดียวกัน

6. กำหนดให้บุคคลที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับสูญเสียเนื่องจากการฟ้องคดีที่ละเมิดสิทธิภายใต้กฎหมายนี้ อาจแสวงหาการบรรเทาทุกข์ในรูปของการเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าชดเชยที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงค่าเสียหายเชิงลงโทษ ค่าทนายความและค่าใช้จ่ายอื่นจากบุคคลที่ต้องรับผิดชอบ
มลรัฐ Illinois/สหรัฐอเมริกา735 Ill. Comp. Stat. CIVIL PROCEDURE or Citizen Participation Act. § 110/1, 5, 10, 15, 20, 25, 30, 35, 99 (2007)1.กำหนดให้ การกระทำในการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการร้องเรียน การพูด การสมาคม และการมีส่วนร่วมในการปกครอง จะได้รับความคุ้มครองจากความรับผิด โดยไม่คำนึงถึงเจตนาหรือวัตถุประสงค์ เว้นแต่ในกรณีที่ไม่มีเป้าหมายอย่างแท้จริงในการจัดหาการดำเนินการ ผลกระทบหรือผลลัพธ์ที่ดีในการปกครองระบุว่าตามปรัชญาพื้นฐานของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา เป็นนโยบายสาธารณะของรัฐว่าสิทธิตามรัฐธรรมนูญของพลเมืองและองค์กรในการมีส่วนร่วมอย่างเสรีในกระบวนการของรัฐบาล ต้องได้รับการส่งเสริมและคุ้มครองอย่างแข็งขัน ข้อมูล รายงาน ความคิดเห็น ข้อเรียกร้อง ข้อโต้แย้งและการแสดงออกอื่นใด ที่จัดให้มีขึ้นโดยพลเมืองมีความสำคัญต่อการบังคับใช้กฎหมาย การดำเนินงานของรัฐบาล การกำหนดนโยบายสาธารณะและการตัดสินใจของรัฐที่มีประสิทธิภาพ และความต่อเนื่องของระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน ดังนั้น กฎหมาย ศาลและหน่วยงานอื่นๆของรัฐจะต้องให้ความคุ้มครองอย่างเต็มที่เพื่อการใช้สิทธิในการร้องเรียน การพูด การสมาคมและการมีส่วนร่วมของรัฐบาลอย่างเสรี การดำเนินคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายทางการเงินต่อพลเมืองและองค์กรของรัฐอันเป็นผลมาจากการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการยื่นคำร้องทุกข์ การพูดอย่างเสรี การสมาคมอย่างเสรีและการมีส่วนร่วมอย่างอื่น และการสื่อสารกับรัฐบาล มีการเพิ่มขึ้นอย่างมากในคดีที่เรียกว่า "คดียุทธศาสตร์เพื่อต่อต้านการมีส่วนร่วมสาธารณะ" หรือ "SLAPPs" การคุกคามของ SLAPPs ทำให้เกิดความกลัวและลดทอนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครอง การบริการสาธารณะที่สมัครใจ และการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญที่สำคัญเหล่านี้ การล่วงละเมิดกระบวนการยุติธรรมเช่นนี้ถูกใช้ในฐานะเครื่องมือข่มขู่ ละเมิดหรือลงโทษพลเมืองและองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกิจการสาธารณะ เป็นประโยชน์สาธารณชนและเป็นจุดประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างสิทธิของบุคคลในการยื่นฟ้องคดีเพื่อให้ได้รับการเยียวยา และสิทธิตามรัฐธรรมนูญของบุคคลในการร้องเรียน การพูดอย่างเสรี การสมาคมอย่างเสรี และมีส่วนร่วมอย่างอื่นในการปกครอง เพื่อปกป้องและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต เพื่อสร้างกระบวนการที่มีประสิทธิภาพเพื่อพิสูจน์และตัดสินคดี SLAPPs; และกำหนดค่าธรรมเนียมทนายความและค่าใช้จ่ายให้กับผู้ยื่นคำขอที่ชนะคดี
Louisiana/ /สหรัฐอเมริกาCode of Civil Procedure, Art. 971 Special motion to strike (1999)
มลรัฐ Indiana/สหรัฐอเมริกาIndiana Code Title 34. Civil Law and Procedure § 34-7-7-1 to 34-7-7-10 (1998)1.ให้การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการร้องเรียนหรือการพูดอย่างเสรีที่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในคดีแพ่งได้นั้นจะต้องเป็น

(1) การกระทำหรือละเว้นการกระทำที่บุคคลใช้สิทธิของตนในการร้องทุกข์หรือพูดอย่างเสรีตามรัฐธรรมนูญในเรื่องเกี่ยวกับประเด็นสาธารณะ และ

(2) เป็นการกระทำหรือละเว้นการกระทำโดยสุจริตและมีพื้นฐานทางกฎหมายและข้อเท็จจริงอันสมควร
Kansas /สหรัฐอเมริกา the Public speech protection act (K. S. A. 60-5320). (2016)1. กำหนดคำนิยามคำว่า ‘Exercise of the right of association’’ และ ‘‘Exercise of the right of free speech’’ ในทำนองเดียวกับกฎหมายของมลรัฐ Connecticut ส่วน ‘Exercise of the right to petition’’ จะมีรายละเอียดมากกว่า กล่าวคือ หมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อไปนี้

(A) การสื่อสารในหรือเกี่ยวกับ: (i) กระบวนการพิจารณาคดี (ii) การดำเนินการของทางราชการตามกฎหมาย นอกเหนือจากการดำเนินคดี (iii) การดำเนินการทางการปกครองหรืออื่นๆต่อหน่วยงานของรัฐ (iv) การดำเนินการทางนิติบัญญัติ รวมถึงการดำเนินการของคณะกรรมาธิการนิติบัญญัติ (v) การดำเนินการต่อนิติบุคคลที่กำหนดโดยกฎหมายที่แจ้งให้ทราบทางสาธารณะก่อนดำเนินการของนิติบุคคลดังกล่าว (vi) การดำเนินการในหรือต่อคณะกรรมการบริหารของสถานศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสาธารณะไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม (vii) การดำเนินการของหน่วยงานทางปกครองในเขตปกครองของรัฐ (v) รายงานหรือการอภิปรายและแถลงการณ์ที่ทำขึ้นในการดำเนินการตามหมวด (ix) การประชุมสาธารณะที่มีวัตถุประสงค์สาธารณะ รวมทั้งคำแถลงและการอภิปรายในที่ประชุมหรือประเด็นสาธารณะอื่น ๆ หรือประเด็นประโยชน์สาธารณะที่เกิดขึ้นในที่ประชุม
สำหรับข้อ (B) (C) (D) มีนิยามทำนองเดียวกับกฎหมายของมลรัฐ Connecticut
(E) การสื่อสารหรือการดำเนินการอื่นๆ ที่อยู่ในการคุ้มครองสิทธิในการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญ

2. กำหนดคำนิยามของคำว่า "Privileged communication" หมายถึงการสื่อสารที่ทำขึ้นเกี่ยวกับประเด็นสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางนิติบัญญัติ บริหารหรือตุลาการ หรือการดำเนินการอื่นใดที่ได้รับอนุญาตจากรัฐ; ในการปฏิบัติหน้าที่ทางการอย่างเหมาะสม; และโดยรายงานที่เป็นธรรมและเป็นความจริงในการดำเนินการของฝ่ายนิติบัญญัติ บริหารหรือตุลาการ หรือการดำเนินการอื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐหรือสิ่งที่กล่าวในระหว่างการดำเนินการ และยังรวมถึงการแสดงความคิดเห็นหรือการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งมวลเกี่ยวกับการดำเนินการด้านนิติบัญญัติ บริหารหรือตุลาการ หรือการดำเนินการอื่น ๆ ที่ได้รับอนุญาตโดยรัฐ และการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งมวลเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการของเจ้าหน้าที่สาธารณะ แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงคำแถลงหรือรายงานที่ทำขึ้นโดยรู้ว่าเป็นเท็จหรือขาดความระมัดระวัง
มลรัฐ Maryland/สหรัฐอเมริกาMaryland Code, COURTS AND JUDICIAL PROCEEDINGS, TITLE 5 - LIMITATIONS, PROHIBITED ACTIONS, AND IMMUNITIES, Subtitle 8 - Immunities and Prohibited Actions – Miscellaneous, Section 5-8071. มีเจตนาไม่สุจริตต่อคู่กรณีที่ติดต่อสื่อสารกับรัฐบาลกลาง รัฐหรือหน่วยราชการส่วนท้องถิ่น หรือประชาชนทั่วไป เพื่อรายงาน แสดงคิดเห็น ชี้แนะ ท้าทาย คัดค้านหรือในทางอื่นใดที่เป็นการใช้สิทธิตาม รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่องใดๆที่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐหรือประเด็นที่เป็นความกังวลสาธารณะ

2. เกี่ยวข้องอย่างมากกับการสื่อสารของจำเลย

3. เป้าหมายของการฟ้องเป็นไปเพื่อยับยั้งหรือขัดขวางการใช้สิทธิภายใต้ the First Amendment of the U.S.
1. กำหนดว่า จำเลยในคดี SLAPP ไม่ต้องรับผิดทางแพ่งสำหรับการติดต่อสื่อสารกับรัฐบาลกลาง รัฐหรือรัฐบาลท้องถิ่น หรือประชาชนทั่วไป หากจำเลยรายงาน แสดงความคิดเห็น แนะนำ ท้าทาย คัดค้านหรือกระทำอื่นใดอันเป็นการใช้สิทธิตาม the First Amendment of the U.S. ในเรื่องใดๆที่อยู่ในอำนาจของหน่วยงานรัฐหรือประเด็นความกังวลของสาธารณะ โดยปราศจากเจตนาร้ายต่อรัฐธรรมนูญ (without constitutional malice)
มลรัฐ Minnesota / สหรัฐอเมริกา Minnesota Statutes §§ 554.01 – 554.06 (ตราขึ้นในปี 1994 และแก้ไขในปี 2015) กำหนดคำนิยามคำว่า "Public participation" หมายถึงการพูดหรือการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีเป้าหมายอย่างแท้จริงในการเป็นส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดในการดำเนินการของรัฐ ซึ่งรวมถึง
(1) การแสวงหาความช่วยเหลือ หรือรายงานการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย หรือการบังคับใช้กฎหมาย
(2) การพูดต่อคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน (zoning board) เกี่ยวกับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
(3) การสื่อสารกับผู้ปกครองมาจากการเลือกตั้ง (elected officials) เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย
(4) การชุมนุมอย่างสงบเพื่อหรือต่อต้านการกระทำของรัฐบาล และ
(5) การยื่นคำร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับความปลอดภัย การล่วงละเมิดทางเพศ สิทธิพลเมือง หรือสิทธิการจ้างงานที่เท่าเทียมกัน
มลรัฐ Minnesota/สหรัฐอเมริกา Minnesota Statutes §§ 554.01 – 554.06 (1994 แก้ไขเพิ่มเติม 2015 )กำหนดให้การดำเนินการตามกฎหมายหรือการพูดที่มีจุดมุ่งหมายอย่างแท้จริงในการมีส่วนร่วมทั้งหมดหรือบางส่วนในการดำเนินการของรัฐจะได้รับการยกเว้นจากความรับผิด เว้นแต่การกระทำหรือคำพูดนั้นเป็นการละเมิดหรือเป็นการละเมิดสิทธิของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ
มลรัฐ Missouri/ สหรัฐอเมริกา Missouri Revised Statutes, TITLE XXXVI STATUTORY ACTIONS AND TORTS, Chapter 537 Torts and Actions for Damages, Section 537.528 (2004)กำหนดนิยามของคำว่า "public meeting in a quasi-judicial proceeding" หมายรวมถึงการประชุมใดๆที่ก่อตั้งหรือจัดขึ้นโดยรัฐหรือองค์กรรัฐบาลท้องถิ่น รวมถึงการประชุมหรือนำเสนอต่อมลรัฐ เมือง สภาหมู่บ้าน คณะกรรมาธิการเทศบาล (planning commissions) หรือคณะกรรมการทบทวน
มลรัฐ Nevada/สหรัฐอเมริกาNevada Revised Statutes § 41.635, 41.637, 41.640, 41.650, 41.660, 41.665, 41.670มีการกำหนดนิยามคำว่า “Good faith communication in furtherance of the right to petition or the right to free speech in direct connection with an issue of public concern” หมายถึง

1. การสื่อสารที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาการดำเนินการ ผล หรือผลลัพธ์ใดๆ ของรัฐบาลหรือการเลือกตั้ง

2. การสื่อสารข้อมูลหรือการร้องเรียนต่อผู้ตรากฎหมาย เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของรัฐเกี่ยวกับความกังวลอย่างสมเหตุสมผลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐนั้น

3. คำแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือคำพูดที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาที่อยู่ภายใต้การพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติ บริหารหรือตุลาการ หรือการดำเนินการอย่างเป็นทางการอื่นใดที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย หรือ

4. การสื่อสารที่ทำขึ้นโดยเกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็นประโยชน์สาธารณะในสถานที่สาธารณะหรือในเวทีสาธารณะ ซึ่งเป็นความจริงหรือถูกสร้างขึ้นโดยไม่รู้ว่าเป็นความเท็จ
1. กำหนดว่าบุคคลผู้สื่อสารโดยสุจริตในการใช้สิทธิร้องเรียนหรือเสรีภาพในการพูด ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสาธารณะจะได้รับความคุ้มกันจากการฟ้องคดีแพ่ง

2. กฎหมายกำหนดว่าในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการร้องทุกข์และการมีส่วนร่วมของสาธารณะ ต้องมีหลักฐานชัดเจนและเชื่อถือได้ว่าการสื่อสารใดๆ ที่นำมาสู่การดำเนินคดีนั้นเกิดจากความรู้ว่าเป็นความเท็จหรือโดยขาดความระมัดระวังไม่รู้ว่าเป็นความเท็จหรือไม่ ซึ่งความจริงหรือความเท็จของการสื่อสารดังกล่าวเป็นมูลเหตุสำคัญของการดำเนินคดี
รัฐ New York/สหรัฐอเมริกา New York Consolidated Laws, Civil Rights Law § 70-a. - 76-a. (2008)1.
กำหนดคำว่า Communication หมายถึงแถลงการณ์ การเรียกร้อง หรือการกล่าวหาใดๆในการดำเนินการ การตัดสินใจ การประท้วง การเขียน การโต้แย้ง หรือการแสดงออกอื่นๆ

2. กำหนดคำว่า "action involving public petition and participation" คือการดำเนินคดี การฟ้องร้อง การฟ้องแย้ง การร้องสอดสำหรับความเสียหาย ที่นำมาโดย a public applicant or permittee และเกี่ยวข้องอย่างมากกับความพยายามใดๆของจำเลยในการรายงาน การวินิจฉัย การท้าทาย หรือการคัดค้านการใช้ประโยชน์หรือการอนุญาตดังกล่าว

3. กำหนดคำว่า "Public applicant or permittee" หมายถึง บุคคลซึ่งได้ยื่นขอหรือได้รับใบอนุญาต การเปลี่ยนเขตพื้นที่ (zoning change) การเช่า ใบอนุญาต หนังสือรับรอง หรือสิทธิอื่นในการใช้หรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการใดๆ จากหน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลที่มีส่วนได้เสีย การเกี่ยวข้องหรือการติดต่อกับบุคคลดังกล่าว ซึ่งเกี่ยวข้องอย่างมากกับการใช้ประโยชน์หรือการอนุญาตดังกล่าว
กำหนดเอกสิทธิ์จากการถูกดำเนินคดีหมิ่นประมาท (Privileges in action for libel) ว่าการดำเนินคดีแพ่งไม่สามารถนำมาใช้กับบุคคล หรือบริษัท (firm or corporation) สำหรับการเผยแพร่รายงานการดำเนินการของตุลาการ นิติบัญญัติ หรือการดำเนินการของราชการอื่นๆ ที่เป็นธรรมและเป็นความจริง หรือส่วนหัวของรายงานซึ่งเป็นหัวกระดาษของแถลงการณ์ที่เป็นธรรมและเป็นจริง แต่ส่วนนี้ไม่ใช้กับการหมิ่นประมาทที่มีการบรรจุเรื่องอื่นใดเพิ่มเข้าไปโดยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ หรือในรายงานสิ่งใดที่กล่าวถึงหรือกระทำในเวลาและสถานที่ของการดำเนินการดังกล่าวซึ่งไม่ใช่ส่วนหนึ่งส่วนใดของการดำเนินการนั้น
มลรัฐ Massachusetts /สหรัฐอเมริกา General Laws Part 3 Title 2 Chapter 231 section 59H (1994)
New Mexico /สหรัฐอเมริกา New Mexico Statutes §§ 38-2-9.1 – 38-2-9.2 (2001)กำหนดนิยามของคำว่า "public meeting in a quasi-judicial proceeding" หมายรวมถึงการประชุมใดๆที่ก่อตั้งหรือจัดขึ้นโดยรัฐหรือองค์กรรัฐบาลท้องถิ่น รวมถึงการประชุมหรือนำเสนอต่อมลรัฐ เมือง สภาหมู่บ้าน คณะกรรมาธิการเทศบาล (planning commissions) หรือคณะกรรมการทบทวน1. กำหนดให้ motion for judgment on the pleadings หรือคำร้องขอให้มีคำพิพากษาโดยรวบรัด (motion for summary judgment) จะได้รับการพิจารณาโดยศาลเป็นลำดับแรกหรืออย่างเร่งด่วนเพื่อประกันว่าประเด็นปัญหาที่ถูกยกมาในคำร้องจะถูกพิจารณาตั้งแต่เริ่มต้น และเพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของการดำเนินคดี

2.กำหนดให้คู่กรณีมีสิทธิอุทธรณ์โดยเร่งด่วนเกี่ยวกับคำสั่งของศาลชั้นต้นที่มีต่อคำร้องขอให้ยุติคดีนั้น หรือความล่มเหลวของศาลชั้นต้นในการพิจารณาอย่างเร่งด่วนต่อคำร้องของให้ยุติคดีนั้น

3. กำหนดให้จำเลยที่ชนะการยื่นคำร้องของให้ยกฟ้องได้รับค่าทนายความและค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล และกำหนดให้โจทก์ได้รับค่าทนายความและค่าใช้จ่ายในทำนองเดียวกัน หากหากศาลเห็นว่ามีการยื่นคำร้องขอให้ยกฟ้องของจำเลยไม่มีสาระสำคัญหรือมีจุดมุ่งหมายเพื่อก่อให้เกิดความล่าช้าเกินจำเป็น

4. กำหนดว่าไม่มีบทบัญญัติใดตามกฎหมายนี้จะไปจำกัดหรือขัดขวงสิทธิใดๆของคู่กรณีฝ่ายใดที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมถึงการฟ้องคดีแพ่งสำหรับการหมิ่นประมาท
เพื่อปกป้องสิทธิของพลเมืองในการมีส่วนร่วมในกระบวนการกึ่งตุลาการ (quasi-judicial proceedings) ต่อหน้าศาลรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐ (local and state governmental tribunals) การฟ้องคดีแพ่งหรือการเรียกร้องจำนวนเงินหลายล้านดอลลาร์ที่ไร้มูลความจริงต่อบุคคลที่ใช้สิทธิในการร้องเรียนและมีส่วนร่วมในกระบวนการกึ่งตุลาการต่อหน้าศาลของรัฐ การฟ้องร้องดังกล่าวเป็นการละเมิดกระบวนการทางกฎหมายและสามารถกำหนดภาระทางการเงินที่ไม่เหมาะแก่ผู้ที่ถูกฟ้องคดี และอาจเป็นการทำให้กลัวและลงโทษการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะและสถาบันของรัฐบาลประชาธิปไตย การฟ้องร้องเหล่านี้ควรถูกยกฟ้องหรือตัดสินโดยทันทีเพื่อป้องกันการละเมิดกระบวนการทางกฎหมาย (the abuse of the legal process) และหลีกเลี่ยงภาระจากการฟ้องโดยไม่มีมูลความจริงดังกล่าว
มลรัฐ Oklahoma/สหรัฐอเมริกาthe Oklahoma Citizens Participation Act (2014), Title 12. Civil Procedure §12-1430. - 12-1440.1. กำหนดให้คู่กรณีอาจยื่นคำร้อง a motion to strike ได้ ถ้าคดีที่ถูกฟ้องตั้งอยู่บนพื้นฐานหรือเกี่ยวข้องกับหรือตอบสะนองต่อการใช้สิทธิในการพูดอย่างเสรี การร้องเรียน หรือการสมาคมของคู่กรณี

2.กำหนดให้ศาลออกคำวินิจฉัย (issue finding) ว่าการฟ้องคดีนำไปสู่การยับยั้งหรือขัดขวางการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญของคู่กรณีที่ยื่นคำร้องหรือไม่ และนำมาซึ่งวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ รวมทั้งเป็นการคุกคามหรือก่อให้เกิดความล่าช้าโดยไม่จำเป็น หรือเพื่อสร้างค่าใช้จ่ายทางคดีเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยศาลจะต้องออกคำวินิจฉัยไม่ช้ากว่า 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง

3. ศาลจะยกฟ้องคดีตามคำร้องของคู่กรณีที่ยื่นคำร้องขอให้ยุติคดีก็ต่อเมื่อคู่กรณีที่ยื่นคำร้องได้แสดงพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักยิ่งกว่า (preponderance of the evidence) ว่าการดำเนินคดีขึ้นอยู่กับหรือเกี่ยวข้อง หรือตอบสนองต่อการใช้สิทธิของคู่กรณีที่ยื่นคำร้อง คือ สิทธิในการพูดอย่างเสรี สิทธิในการร้องทุกข์ หรือสิทธิในการสมาคม แต่ศาลจะไม่ยกฟ้องคดี ถ้าคู่กรณีที่ฟ้องคดีพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงว่าคดีมีมูล (a prima facie case) สำหรับแต่ละองค์ประกอบสำคัญของข้อกล่าวหา (each essential element of the claim in question)

4. กำหนดให้มีการไต่สวนคำร้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง เว้นแต่กรณีที่ศาลมีคำสั่งให้มีการไต่สวนภายหลัง (the docket conditions of the court require a later hearing) เมื่อได้แสดงเหตุผลที่ดี (upon a showing of good cause) หรือโดยการยอมรับของคู่กรณี แต่ไม่ว่ากรณีใดๆ การไต่สวนจะต้องไม่เกิดขึ้นเกิน 90 วันนับจากวันที่ได้รับคำร้อง เว้นแต่ศาลอนุญาตให้มีการพิจารณาโดยเฉพาะเจาะจงหรือจำกัดเกี่ยวกับคำร้องให้ยุติคดีต่อไป แต่ไม่ว่าอย่างไร การไต่สวนจะต้องไม่เกิดขึ้นเกินกว่า 120 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง และศาลจะต้องวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องไม่ช้ากว่า 30 วันนับจากวันที่มีการไต่สวนคำร้อง หากศาลไม่ได้วินิจฉัยคำร้องภายในระยะเวลาที่กำหนด คำร้องนั้นจะถูกปฏิเสธโดยผลของกฎหมายและคู่กรณีที่ยื่นคำร้องอาจ อุทธรณ์ได้ และไม่ว่าคำสั่งนั้นจะเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาหรือไม่ก็ตาม (whether interlocutory or not) ศาลอุทธรณ์จะต้องพิจารณาอุทธรณ์หรือคำสั่งอื่นๆของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับคำร้องขอให้ยุติคดี หรือความล่มเหลวของศาลชั้นต้นในการวินิจฉัยคำร้องนั้นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยเร่งด่วน
มลรัฐ Oregon/สหรัฐอเมริกาOregon Revised Statutes Vol. 1 Courts, Oregon Rules of Civil Procedure, Title 3 Remedies and special actions and proceedings, Chapter 31 Tort Actions § 31.150, 31.152, 31.1551.กำหนดให้จำเลยที่ถูกฟ้องคดีแพ่งอันเกิดจากการมีส่วนร่วมสาธารณะตามที่กฎหมายกำหนด อาจยื่นคำร้อง a special motion to strike ได้

2.ให้คู่กรณีที่ยื่นคำร้องมีภาระการพิสูจน์ก่อนด้วยพยานหลักฐานที่เพียงพอ (the initial burden of making a prima facie) ว่าคดีอันเป็นที่มาของการยื่นคำร้องนี้เกี่ยวข้องกับการกระทำอันเป็นการมีส่วนร่วมสาธารณะและการร้องเรียน ถ้าคู่กรณีที่ยื่นคำร้องพิสูจน์ได้ ภาระการพิสูจน์จะย้ายไปยังคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง (โจทก์ในคดีหลัก) เพื่อพิสูจน์ให้เห็นความเป็นไปได้ที่จะชนะคดีดังกล่าว โดยนำเสนอพยานหลักฐานอันมีสาระสำคัญเพื่อสนับสนุนว่าคดีมีมูล (by presenting substantial evidence to support a prima facie case) หากคู่กรณีอีกฝ่ายนี้พิสูจน์ได้ ศาลก็จะปฏิเสธคำร้องขอให้ยุติคดี

3.ถ้าศาลตัดสินว่าคู่ความฝ่ายที่ตอบคำร้องมีความเป็นไปได้ชนะคำร้อง (ก) ข้อเท็จจริงที่ศาลใช้ในการตัดสินดังกล่าวและสาระของการตัดสิน อาจไม่ได้รับการยอมรับเป็นพยานหลักฐานแห่งคดีในภายหลังและ (ข) การตัดสินไม่มีผลต่อภาระหรือมาตรฐานการพิสูจน์ในการพิจารณาคดี
มลรัฐ Pennsylvania/สหรัฐอเมริกาPennsylvania Consolidated Statutes, TITLE 27 ENVIRONMENTAL RESOURCES, PART VI. SANCTIONS AND REMEDIES, SUBPART A. GENERAL PROVISIONS, Chapter 77 § 7707. Chapter 83 § 8301 - 8305เน้นคุ้มครองกรณีประเด็นสิ่งแวดล้อม) "Enforcement of environmental law and regulation." กิจกรรมเกี่ยวกับการพิสูจน์และการขจัดการละเมิดกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการตรวจสอบสืบสวนสอบสวนการละเมิดที่ถูกกล่าวหา การตรวจสอบกิจกรรมภายใต้กฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม และการตอบสนองเพื่อให้เกิดการแก้ไขการละเมิด
"Implementation of environmental law and regulation." หมายถึง กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและบริหารโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
กำหนดนิยามของคำว่า "Communication to the government." หมายถึงการแถลงด้วยตัวอักษรหรือคำพูด หรือการเขียนที่ทำขึ้น (1) ต่อฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ หรือการดำเนินการทางการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด (2) เกี่ยวข้องกับประเด็นภายใต้การพิจารณาหรือทบทวนโยฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ หรือการดำเนินการทางการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด (3) ถึงหน่วยงานของรัฐ (government agency) เกี่ยวกับการดำเนินการหรือการบังคับใช้กฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม1. กำหนดให้บุคคลที่ถูกยื่นคำฟ้องต่อศาลจากการบังคับใช้กฎหมายหรือข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม หรือทำการสื่อสารด้วยวาจาหรือการเขียนต่อหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการบังคับใช้หรือการดำเนินการตามกฎหมายหรือข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมจะได้รับการยกเว้นจากความรับผิดทางแพ่งสำหรับความเสียหายใดๆที่เป็นผลจากการกระทำหรือการสื่อสารที่มุ่งให้การดำเนินการของรัฐดีขึ้น อย่างไรก็ดี บุคคลจะไม่ได้รับการยกเว้นความรับผิด หากการดำเนินการหรือการสื่อสารใด ๆต่อรัฐไม่เกี่ยวข้องหรือมีความสำคัญต่อการบังคับใช้หรือการดำเนินการตามกฎหมายหรือข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม

(A) การทำการหรือสื่อสาร โดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ (knowingly false) เจตนาหลอกลวง (deliberately misleading) หรือกระทำโดยจงใจและขาดความระมัดระวังโดยไม่สนใจว่าเป็นความจริงหรือเท็จ (malicious and reckless disregard for the truth or falsity)

(B) กระทำการหรือสื่อสารเพื่อวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวในการแทรกแซงความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่มีอยู่หรือที่ได้รับการเสนอ (the sole purpose of interfering with existing or proposed business relationships) หรือ

(C) การสื่อสารด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการบังคับใช้หรือการดำเนินการตามกฎหมายหรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกตัดสินภายหลังว่าเป็นการดำเนินการที่มิชอบหรือละเมิดกระบวนการ

2. กำหนดให้เมื่อมีการยื่นคำร้องแล้ว ศาลต้องดำเนินการไต่สวน และหากศาลปฏิเสธคำร้อง คู่กรณีที่ยื่นคำร้องมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาต่อ the Commonwealth Court (เป็นศาลชั้นต้น แต่ทำหน้าที่เป็นศาลอุทธรณ์ในคดีบางประเภทด้วย) และระหว่างนี้ให้พักการพิจารณาทั้งหมดไว้ก่อน
มลรัฐ Rhode Island/สหรัฐอเมริกา State of Rhode Island General Laws, TITLE 9 Courts and Civil Procedure – Procedure Generally, CHAPTER 9-33 § 9-33-1 - 9-33-4 (1995)กำหนดนิยามของคำว่า "a party's exercise of its right of petition or of free speech" หมายถึง การแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วยวาจาใดๆที่กระทำต่อหรือส่งถึงฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการ หรือการดำเนินการของรัฐอื่นๆ ; การแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วยวาจาใดๆที่กระทำขึ้นเกี่ยวกับประเด็นภายใต้การพิจารณาหรือทบทวนโดยฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการ หรือการดำเนินการของรัฐอื่นๆ ; การแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วยวาจาใดๆที่กระทำขึ้นเกี่ยวกับประเด็นความกังวลสาธารณะกำหนดให้คู่กรณีที่ใช้สิทธิในการร้องทุกข์หรือการพูดอย่างเสรีภายใต้รัฐธรรมนูญในประเด็นเกี่ยวกับความกังวลสาธารณะ คู่กรณีนั้นจะต้องได้รับการคุ้มกันอย่างมีเงื่อนไข (conditionally immune) จากการฟ้องคดี การฟ้องแย้งหรือการร้องสอดทางแพ่ง การคุ้มกันดังกล่าวจะถูกปรับใช้ในฐานะอุปสรรคต่อการถูกฟ้องคดีทางแพ่งที่เกิดจากการใช้สิทธิร้องเรียนและการพูดอย่างเสรีตามรัฐธรรมนูญ เว้นแต่การร้องเรียนหรือการพูดดังกล่าวถือเป็นการหลอกลวง (a sham) และเฉพาะในกรณีที่ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้เกิดการดำเนินการ ผลหรือผลลัพธ์ที่ดีของรัฐ โดยไม่คำนึงถึงแรงจูงใจหรือวัตถุประสงค์ การร้องเรียนหรือการพูดที่จะถือว่าเป็นการหลอกลวงต้องประกอบด้วยทั้ง (1) ไม่มีวิญญูชนคนใด (reasonable person) ที่ใช้สิทธิในการพูดหรือการร้องเรียนสามารถคาดหวังได้ว่าจะบรรลุผลในการดำเนินงาน ผลหรือผลลัพธ์ของรัฐบาล
(2) เป็นความพยายามอย่างแท้จริงที่จะใช้กระบวนการของรัฐเพื่อให้เกิดผลกระทบด้วยตนเองโดยตรง การใช้ผลลัพธ์หรือผลกระทบของกระบวนการของรัฐจะไม่ถือเป็นการใช้กระบวนการของรัฐเพื่อให้เกิดผลกระทบด้วยตัวเองโดยตรง
เพื่อให้เกิดการ
มลรัฐ Tennessee/สหรัฐอเมริกา Tennessee Code, Title 4 State Government, Chapter 21 Human Rights, Part 10 Tennessee Anti-Slapp Act of 1997 § 4-21-1001 to 4-21-1004 (1997)กำหนดให้บุคคลใดที่ใช้สิทธิในการพูดโดยเสรีหรือการร้องเรียนตามรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับประเด็นสาธารณะหรือรัฐบาล ได้สื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลอื่นหรือหน่วยงานใดๆ ให้กับหน่วยงานของรัฐบาลกลาง มลรัฐ หรือรัฐบาลท้องถิ่นเกี่ยวกับความห่วงใยต่อหน่วยงานดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นจากความรับผิดทางแพ่งจากการฟ้องคดีจากการสื่อสารกับหน่วยงานดังกล่าว เว้นแต่บุคคลที่สื่อสารข้อมูลดังกล่าว: (1) รู้ว่าข้อมูลนั้นเป็นเท็จ (2) การสื่อสารข้อมูลโดยขาดความระมัดระวังไม่รู้ว่าเป็นความเท็จ หรือ (3) กระทำโดยประมาทไม่ค้นหาให้แน่ชัดว่าข้อมูลนั้นไม่ถูกต้อง หากข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่บุคคลสาธารณะเพื่อจัดให้มีการคุ้มครองผู้ที่รายงานการกระทำความผิดโดยสุจริตต่อหน่วยงานของรัฐ ข้อมูลที่ได้รับจากพลเมืองเกี่ยวกับการกระทำผิดที่อาจเกิดขึ้นมีความสำคัญต่อการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล สภานิติบัญญัติพบว่าการคุกคามด้วยคดีแพ่งที่เกิดขึ้นในรูปแบบของ "คดียุทธศาสตร์เพื่อต่อต้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง "strategic lawsuit against political participation" (SLAPP) และนำไปสู่การมีค่าใช้จ่ายทางกฎหมายจำนวนมาก เป็นอุปสรรคต่อประชาชนที่ต้องการรายงานข้อมูลไปยังหน่วยงานของรัฐ การฟ้องคดี SLAPP สามารถลงโทษได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการพูดและร้องเรียนต่อรัฐบาลในการแก้ไขความคับข้องใจ
มลรัฐ Texas /สหรัฐอเมริกาTexas Civil Practice and Remedies Code (The Citizens Participation Act (H.B. No. 2973))1. สร้างวิธีการที่มีประสิทธิภาพ สม่ำเสมอและครบถ้วนสำหรับการตัดสินคดีอย่างรวดเร็ว

2. จัดหาค่าทนายความ ค่าใช้จ่ายและการบรรเทาทุกข์เพิ่มเติมตามความเหมาะสม
1.เพื่อทำให้เกิดความสมดุลระหว่างสิทธิของบุคคลในการฟ้องคดีและการพิจารณาโดยคณะลูกขุน และสิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมในประเด็นสาธารณะ

2.เพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญของบุคคลในการร้องทุกข์ พูดอย่างเสรี สมาคมอย่างอิสระและมีส่วนร่วมอื่นๆกับรัฐในขอบเขตสูงสุดตามที่กฎหมายอนุญาต และในขณะเดียวกันก็คุ้มครองสิทธิของบุคคลในการยื่นฟ้องคดีโดยสุจริตสำหรับความเสียหายที่พิสูจน์ได้

Vermont /สหรัฐอเมริกา ชื่อ The Vermont Statutes, Title 12 : Court Procedure, Chapter 027 : Pleading And Practice, Subchapter 002 : Pleadings Generally § 1041 (Cite as: 12 V.S.A. § 1041) (2005)กำหนดนิยามคำว่า the exercise, in connection with a public issue, of the right to freedom of speech or to petition the government for redress of grievances under the U.S. or Vermont Constitution รวมถึงการแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วยวาจาใดๆที่กระทำต่อฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการ หรือการดำเนินการของรัฐอื่นๆ ; การแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วยวาจาใดๆที่กระทำขึ้นเกี่ยวกับประเด็นภายใต้การพิจารณาหรือทบทวนโดยฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการ หรือการดำเนินการของรัฐอื่นๆ ; การแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วยวาจาใดๆที่เกี่ยวกับประเด็นประโยชน์สาธารณะที่กระทำในเวทีสาธารณะหรือพื้นที่เปิดต่อสาธารณะ ; คำแถลงหรือการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับประเด็นสาธารณะหรือประเด็นประโยชน์สาธารณะที่ส่งเสริมการใช้สิทธิในการพูดและการร้องเรียนตามรัฐธรรมนูญ
มลรัฐ Virginia /สหรัฐอเมริกา Code of Virginia, Title 8.01 - Civil Remedies and Procedure, Chapter 3 – Actions § 8.01-223.2. Immunity of persons for statements made at public hearing or communicated to third party (2017)กำหนดบุคคลจะได้รับการคุ้มกันจากความรับผิดทางแพ่งสำหรับการละเมิดมาตรา 18.2-499 หรือการฟ้องคดีต่อการแทรกแซงโดยละเมิดต่อสัญญาหรือธุรกิจหรือความคาดหวังตามสัญญา (a claim of tortious interference with an existing contract or a business or contractual expectancy) หรือการฟ้องหมิ่นประมาทจากคำแถลงการณ์ (a claim of defamation based solely on statements) เกี่ยวกับเรื่องความกังวลสาธารณะที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยบุคคลนั้นได้สื่อสารกับบุคคลที่สาม หรือดำเนินการในเวทีไต่สวนสาธารณะต่อหน่วยงานทางปกครอง หน่วยงานของท้องถิ่นหรือเขตปกครองอื่น ๆ หรือคณะกรรมาธิการ หรือหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานกำกับดูแลอื่นๆของหน่วยราชการส่วนท้องถิ่นใดๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ การคุ้มกันนี้จะไม่นำมาใช้กับคำแถลงการณ์ใดๆ ที่ทำขึ้นโดยรู้ตามความความเป็นจริงหรือผลของกฎหมายว่าเป็นความเท็จหรือโดยขาดความระมัดระวังไม่รู้ว่าเป็นความเท็จหรือไม่ (The immunity provided by this section shall not apply to any statements made with actual or constructive knowledge that they are false or with reckless disregard for whether they are false.)
มลรัฐ WASHINGTON, D.C. /สหรัฐอเมริกาD.C. Law Chapter 55. Strategic Lawsuits Against Public Participation. § 16–5501. – 5505. (2010)กำหนดนิยามของคำว่า “Issue of public interest” นิยามทำนองเดียวกับ "Matter of public concern" และยังเขียนระบุขอบเขตชัดว่าประเด็นประโยชน์สาธารณะนี้ จะไม่ถูกตีความรวมไปถึงประโยชน์ของเอกชน (private interests)1. กำหนดคำนิยามคำว่า "action involving public participation and petition" รวมถึง

(a) คำแถลงการณ์ด้วยวาจาใด ๆ ที่ทำขึ้นหรือคำแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเอกสารอื่น ๆ ที่ยื่นในการดำเนินการนิติบัญญัติ บริหารหรือตุลาการ หรือของรัฐอื่นตามกฎหมาย

(b) คำแถลงใด ๆ ที่ทำขึ้นหรือคำแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเอกสารอื่น ๆ ที่ยื่นเกี่ยวกับประเด็นที่อยู่ภายใต้การพิจารณาหรือทบทวนโดยการดำเนินการด้านนิติบัญญัติ บริหารหรือตุลาการ หรือการดำเนินการของรัฐอื่นตามกฎหมาย

(c) คำแถลงการณ์ใด ๆ ที่ทำขึ้นหรือคำแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเอกสารอื่น ๆ ที่ส่งไป ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการพิจารณาหรือทบทวนประเด็นข้อกังวลสาธารณะโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตุลาการ หรือหน่วยงานรัฐอื่นๆ

(d) คำแถลงวาจาใด ๆ ที่ทำขึ้นหรือคำแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือเอกสารอื่น ๆ ที่ยื่นในสถานที่สาธารณะหรือเวทีสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสาธารณะ หรือ

(e) การดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายใด ๆ ในการใช้สิทธิในการพูดอย่างเสรีและการร้องเรียนตามรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับประเด็นความกังวลสาธารณะ

2. กำหนดให้บุคคลที่สื่อสารเรื่องร้องเรียนหรือข้อมูลต่อหน่วยงานของรัฐบาลกลาง มลรัฐหรือรัฐบาลท้องถิ่น หรือองค์กรกำกับดูแลที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐ จะได้รับการคุ้มกันจากความรับผิดทางแพ่งสำหรับการฟ้องร้องจากการสื่อสารกับหน่วยงานหรือองค์กรเกี่ยวกับเรื่องใด ๆที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานหรือองค์กรนั้นๆ

3. กำหนดให้บุคคลที่สื่อสารเรื่องร้องเรียนหรือข้อมูลต่อหน่วยงานของรัฐบาลกลาง มลรัฐหรือรัฐบาลท้องถิ่น หรือองค์กรกำกับดูแลที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐ จะได้รับการคุ้มกันจากความรับผิดทางแพ่งสำหรับการฟ้องร้องจากการสื่อสารกับหน่วยงานหรือองค์กรเกี่ยวกับเรื่องใด ๆที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานหรือองค์กรนั้นๆ
เพื่อจัดให้มีการคุ้มครองผู้ที่รายงานการกระทำความผิดโดยสุจริตต่อหน่วยงานของรัฐ ข้อมูลที่ได้รับจากพลเมืองเกี่ยวกับการกระทำผิดที่อาจเกิดขึ้นมีความสำคัญต่อการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล สภานิติบัญญัติพบว่าการคุกคามด้วยคดีแพ่งที่เกิดขึ้นในรูปแบบของ "คดียุทธศาสตร์เพื่อต่อต้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง "strategic lawsuit against political participation" (SLAPP) และนำไปสู่การมีค่าใช้จ่ายทางกฎหมายจำนวนมาก เป็นอุปสรรคต่อประชาชนที่ต้องการรายงานข้อมูลไปยังหน่วยงานของรัฐ การฟ้องคดี SLAPP สามารถลงโทษได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการพูดและร้องเรียนต่อรัฐบาลในการแก้ไขความคับข้องใจ
Guebec/ประเทศแคนาดาBill 9
An Act to amend the Code of Civil Procedure to prevent improper use of the courts and promote freedom of expression and citizen participation in public debate (2009)
1. ให้ศาลกลับภาระในการพิสูจน์ หากการใช้กระบวนการที่ไม่เหมาะสมได้รับการพิสูจน์อย่างรวบรัด
2. ให้ศาลสั่งให้จ่ายเงินสำหรับค่าใช้จ่าย เมื่อมีการประกาศว่าการดำเนินการทางกฎหมายไม่เหมาะสม โดยให้คู่กรณีที่ถูกลงโทษจ่ายค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ (fees and extrajudicial costs) แก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง และสั่งให้จ่ายค่าเสียหายเชิงลงโทษด้วย (punitive damages)
เพื่อส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออกและป้องกันการใช้ศาลอย่างไม่เหมาะสมและการละเมิดขั้นตอน (to promote freedom of expression and prevent improper use of the courts and the abuse of procedure) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเป็นการขัดขวางสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการอภิปรายสาธารณะ
Ontario/ประเทศแคนาดา1. Ontario Courts of Justice Act
137.1, 137.2-137.5

Ontario’s Rule of Civil Procedure
กฎข้อที่ 20 -- การพิจารณาคดีโดยรวบรัด
กฎข้อที่ 21 -- การตัดสินประเด็นก่อนการพิจารณาคดีในศาล
กฎข้อที่ 25.11 – การจำหน่ายคำให้การ
กฎข้อที่ 57 – ค่าฤชาธรรมเนียมของการพิจารณาคดี


1. ให้โจทก์หรือจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลสำหรับการพิจารณาคดีโดยรวบรัด และมีการขยายอำนาจของศาลในการไต่สวนคำร้องสำหรับการพิพากษาคดีโดยรวบรัด เพื่อชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ประเมินความน่าเชื่อถือของผู้ให้การเป็นพยานและทำการอนุมาน อันเป็นการเพิ่มโอกาสในการตรวจทานและการยกฟ้อง SLAPP เมื่อเข้ามาสู่ศาล
2.การตัดสินประเด็นก่อนการพิจารณาคดีในศาล
ให้ศาลสั่งให้จ่ายเงินสำหรับค่าใช้จ่าย เมื่อมีการประกาศว่าการดำเนินการทางกฎหมายไม่เหมาะสม โดยให้คู่กรณีที่ถูกลงโทษจ่ายค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ (fees and extrajudicial costs) แก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง และสั่งให้จ่ายค่าเสียหายเชิงลงโทษด้วย (punitive damages)


1. ให้โจทก์หรือจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลสำหรับการพิจารณาคดีโดยรวบรัด และมีการขยายอำนาจของศาลในการไต่สวนคำร้องสำหรับการพิพากษาคดีโดยรวบรัด เพื่อชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ประเมินความน่าเชื่อถือของผู้ให้การเป็นพยานและทำการอนุมาน อันเป็นการเพิ่มโอกาสในการตรวจทานและการยกฟ้อง SLAPP เมื่อเข้ามาสู่ศาล
2.การตัดสินประเด็นก่อนการพิจารณาคดีในศาล
3. ให้ศาลจำหน่ายคำให้การหรือเอกสารอื่นทั้งหมดหรือบางส่วน ที่เหลือไว้ให้แก้ไขเพิ่มเติม ด้วยเหตุผลว่าเอกสารทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ไร้สาระ หรือเพื่อกลั่นแกล้ง หรือเป็นการดำเนินกระบวนการโดยมิชอบต่อศาล
4.ให้ศาลมีดุลยพินิจในการกำหนดว่าใครหรือขอบเขตค่าฤชาธรรมเนียม การพิจารราคดีที่จะต้องชำระ โดยมีแนวปฏิบัติว่าศาลต้องให้ค่าฤชาธรรมเนียมให้กับฝ่ายที่ประสบความสำเร็จในการพิจารณาคดี
1.เพื่อสนับสนุนให้บุคคลแสดงออกในเรื่องประเด็นสาธารณะ
2.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการอภิปรายในเรื่องประเด็นสาธารณะ
3.ขัดขวางการใช้การดำเนินคดีเป็นเครื่องมือในการจำกัดอย่างไม่เหมาะสมต่อการแสดงออกในเรื่องสาธารณะ และ
4.เพื่อลดความเสี่ยงที่การมีส่วนร่วมของประชาชนในการในการอภิปรายประเด็นสาธารณะจะถูกขัดขวางโดยความกลัวที่จะถูกดำเนินคดี
ประเทศฟิลิปปินส์PART IV
CRIMINAL PROCEDURE
RULE 19
STRATEGIC LAWSUIT AGAINST PUBLIC PARTICIPATION IN CRIMINAL CASES
1.มาตรา 5 การห้ามฟ้องคดี SLAPPs (Prohibition on Strategic Lawsuits Against Participation) – ห้ามยื่นฟ้องคดี SLAPPs ตามที่ถูกนิยามไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ศาล พนักงานอัยการ และเจ้าหน้าที่รัฐหรือเอกชน (public or private officer)
2.หน้าที่ของศาล (Duty of the Court) – เมื่อได้รับคำร้องทุกข์ หรือคำฟ้อง หรือคำแจ้งความใดๆ ศาลจะมีหน้าที่พิจารณาโดยทันทีว่าเป็นจำพวกเดียวกับคดี SLAPPs หรือไม่
หากศาลพบว่าเป็นจำพวกเดียวกับคดี SLAPPs จะต้องสั่งยุติคดี และให้จ่ายค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ค่าทนายความ และการบรรเทาทุกข์อย่างอื่นอย่างเหมาะสมตามพฤติการณ์แห่งคดีให้แก่จำเลยหรือผู้ถูกกล่าวหา แล้วแต่กรณี
3.(a) คำร้องขอยุติคดี (Motion to Dismiss) – ในคดีแพ่ง ไม่ห้ามจำเลยในการยื่นคำร้องขอให้ยุติคดีด้วยเหตุผลว่าการร้องทุกข์หรือการฟ้องร้องนั้นเป็น SLAPPs เหตุผลดังกล่าวจะไม่ถูกถือว่าสละทิ้งไป แม้ว่าจะไม่รวมอยู่ในคำร้องขอยุติคดี
4.(b) Motion for Judicial Determination – ในคดีอาญา ไม่ห้ามผู้ถูกกล่าวหาในการยื่น Motion for Judicial Determination ด้วยเหตุผลว่าการฟ้อง (Complaint) หรือการแจ้งความ (information) นั้นเป็น SLAPPs ภายในระยะเวลาอันสมควรเมื่อได้รับคำฟ้องหรือคำแจ้งความโดยศาล
5. หน้าที่ของอัยการ (Duty of the Prosecutor) – เมื่อได้รับคำร้องทุกข์ใดๆ หรือในการดำเนินกระบวนการสอบสวนคดีของบุคคลที่ถูกจับกุม พนักงานอัยการผู้ทำการสอบสวนมีหน้าที่พิจารณาโดยทันทีว่าการร้องทุกข์นั้นเป็น SLAPPs หรือไม่ หากพบว่ามีทำนองเดียวกับคดี SLAPPs ให้สั่งยุติคดี ภายใต้บังคับแห่งสิทธิของการอุทธรณ์ การสั่งยุติคำร้องทุกข์หรือคำฟ้องที่ถูกระบุว่าเป็นคดี SLAPPs จะถูกห้ามฟ้องคดีอาญาอื่นๆสำหรับการกระทำความผิดทำนองเดียวกันนั้นอีก
1. ส่งเสริมและปกป้องสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในการพูด การแสดงออก และเสรีภาพสื่อ และสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ และสิทธิในการร้องเรียนต่อรัฐบาลให้แก้ไขปัญหา
2. สนับสนุนและเสริมสร้างความเข็มแข็งในการมีส่วนร่วมของบุคคลในเรื่องความกังวลสาธารณะ
3. ป้องกันการใช้กระบวนการยุติธรรมโดยมิชอบใดๆที่จะขัดขวางการมีส่วนร่วมดังกล่าว
4. ห้ามการยื่นฟ้อง SLAPPs
5. การใช้ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ค่าทนายความ และการบรรเทาทุกข์อื่นๆแก่จำเลย หรือผู้ถูกกล่าวหา แล้วแต่กรณี เมื่อคดีสิ้นสุดด้วยการยกฟ้องคดี SLAPPs
6. จัดให้จำเลยหรือผู้ถูกกกล่าวหา แล้วแต่กรณี มีสิทธิเรียกคืนค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ค่าทนายความหรือการบรรเทาทุกข์อย่างอื่นแยกต่างหาก โดยการยื่นฟ้องคดี SLAPPback ต่อผู้ฟ้องคดี SLAPP เมื่อคดีสิ้นสุดด้วยการยกฟ้องคดี SLAPPs

 

กลไกและกระบวนการยุติธรรมปกติไม่อาจยับยั้งคดีSLAPPได้: ต่างประเทศจึงมีAnti-SLAPP Law
Tagged on:     

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!