Deprecated: jetpack_check_mobile used for an anonymous function is deprecated since version with no alternative available. in /home2/cp416512/public_html/naksit.net/wp-includes/functions.php on line 4723
อุปสรรคการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม |
87789314_2752541791480968_8627053065171632128_n

1. การใช้ดุลพินิจในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ซึ่งมีลักษณะตัดสินการกระทำของผู้ขอรับความช่วยเหลือ ว่ามีความผิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด

การใช้ดุลพินิจของคณะอนุกรรมการ ตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี พ.ศ. 2559 ซึ่งออกตามมาตรา 18 (2) มาตรา 26 วรรคสอง มาตรา 27 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558 ข้อ 11

การพิจารณาพฤติกรรมและข้อเท็จจริงของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนตามข้อ 10 (1) ควรคำนึงถึงหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ กรณีผู้ยื่นคำขอประสงค์ประสงค์ต่อสู้คดี หรือการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง (2) ต้องไม่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เว้นแต่มีหลักฐานอันน่าเชื่อถือว่าน่าจะไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด นั้น ปรากฎกลุ่มชาวบ้านซึ่งได้ยื่นขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม เช่น กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จังหวัดเลย ได้มีหนังสือขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนยุติธรรม จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเลย และสำนักงานได้มีหนังสือตอบไม่อนุมัติการให้เงินช่วยเหลือกับกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด โดยให้เหตุผลว่า “เห็นว่าจากการที่กลุ่มผู้ขอรับความช่วยเหลือได้เข้าขัดขวางและปิดกั้นทางขึ้นห้องประชุมสภาฯ ทำให้สมาชิกสภาฯ ไม่สามารถขึ้นไปยังห้องประชุมได้ เป็นการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย รบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อื่น กรณีจึงไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์ของ พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม พ ศ 2558 มาตรา 26, 29 และระเบียบคณะกรรมการกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย พ ศ 2559 ข้อ 11 จึงมีมติไม่อนุมัติเงินกองทุนยุติธรรม”

หรือกลุ่มรักษ์บ้านแหง ที่มีหนังสือขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนยุติธรรม จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดลำปาง และสำนักงาน ได้มีหนังสือตอบไม่อนุมัติเงินกองทุนยุติธรรม โดยให้เหตุผลว่า “กลุ่มทำหนังสือขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนยุติธรรม ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2558 2.คณะอนุกรรมการกองทุนยุติธรรมประจำวันจังหวัด พิจารณาจากหลักฐานเบื้องต้นอันมีมูลน่าเชื่อว่าท่านและพวกรวม 12 ราย ได้เป็นผู้กระทำความผิดตามบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาและรับมอบตัว เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 และบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2558 จริง … จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ ดังนั้นกรณีของท่านจึงไม่เป็นไปตามระเบียบ คณะกรรมการบริหารกองทุนยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการสนับสนุนหลักทรัพย์เป็นหลักประกันในการปล่อยชั่วคราว พ ศ 2554 ข้อ 5 จึงไม่อนุมัติเงินกองทุนยุติธรรมตามคำขอของท่าน”

ทั้งสองกรณีกลุ่มชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีและต้องยื่นขอรับการสนับสนุนจากกองทุนยุติธรรมนั้น ล้วนแล้วแต่ถูกดำเนินคดีอันเนื่องมาจากการรวมตัวกันเพื่อคัดค้านโครงการซึ่งมี
ผลกระทบ ต่อทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม เป็นการใช้สิทธิเพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ

การใช้ดุลพินิจดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นการขัดกับมาตรา 29 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่กำหนด ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ รวมถึงขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศคือ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) ข้อ 11 กำหนดว่า ทุกคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญา มีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดตามกฎหมายในการพิจารณาคดีที่เปิดเผย ซึ่งตนไดรับหลักประกันที่จำเป็นทั้งปวงสำหรับการต่อสู้คดี และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights หรือ ICCPR) ข้อ 14 กำหนดว่า บุคคลทุกคนซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดอาญา ต้องมีสิทธิได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ตามกฎหมายได้ว่ามีความผิด
ในกรณีการปล่อยชั่วคราวเองก็มีความซ้ำซ้อนกับหลักเกณฑ์ที่ ศาล พนักงานอัยการ หรือพนักงานสอบสวน ที่จะต้องวินิจฉัยคำร้องขอปล่อยชั่วคราวตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดไว้ การที่คณะอนุกรรมการกองทุนยุติธรรมประจำจังหวัดจะใช้ดุลพินิจในการพิจารณาการกระทำของผู้ขอรับความช่วยเหลือไปก่อนศาล พนักงานอัยการ หรือพนักงานสอบสวนนั้น จะเป็นการใช้ดุลพินิจที่ก้าวล่วงอำนาจของหน่วยงานดังกล่าวหรือไม่อย่างไร

ซึ่งหลักการรวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างมีขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันว่าประชาชนทุกคนต้องสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน เมื่อหลักการนี้ถูกลดทอนลงไป จึงเป็นที่น่ากังวลว่าเจตนารมณ์ของการตั้งกองทุนยุติธรรมในการเป็นองค์กรหลักในการช่วยเหลือและพัฒนาประชาชน ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ จะไม่สามารถบรรลุเจตนารมณ์ และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

You may have missed

%d bloggers like this: