ขบวนการคนงานไร้ที่ดินของบราซิลกับการใช้กฎหมายต่อสู้เพื่อปฏิรูปที่ดิน

ภาพจากเว็บไซด์ : terradedireitos.org ขบวนการคนงานไร้ที่ดินของบราซิล  (หรือในภาษาโปรตุเกสว่า Movimento dos Trabalhadores Sem Terra, หรือ MST) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1984 ในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย MST ถือเป็นหนึ่งในขบวนการทางสังคมที่มีผลงานก้าวหน้ามากสุด มีสมาชิก 1.5 ล้านคนใน 23 จาก 26 รัฐของบราซิล เป้าหมายของ MST คือการช่วยให้เกษตรกรไร้ที่ดินที่ยากจนได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ปฏิบัติการของ MST เป็นผลมาจากข้อเท็จจริงที่ว่า บราซิลเป็นประเทศที่มีความไม่เท่าเทียมในการกระจายการถือครองที่ดินมากสุดในโลก โดยผู้ครอบครองที่ดินเพียง 1.6% เป็นผู้ถือครองที่ดินเกษตรกรรม 47% ของประเทศ ในขณะที่หนึ่งในสามของเกษตรกรเป็นเจ้าของที่ดินเกษตรกรรมเพียง 1.6%[1] วิกฤตหนี้ในทศวรรษ 1980 ส่งผลให้รัฐบาลต้องสนับสนุนการส่งออกของภาคเกษตรอุตสาหกรรม รัฐต้องคุ้มครองเจ้าที่ดินรายใหญ่โดยให้การลดหย่อนด้านภาษี อนุญาตให้มีการกว้านซื้อที่ดินจำนวนมาก โดยเฉพาะในบริเวณป่าอเมซอน และยังมีปัญหาขาดการปฏิรูปด้านเกษตรกรรมและกฎหมายแรงงาน จนถึงทศวรรษ 1990 ได้เกิดกลุ่มพันธมิตรที่มีอิทธิพลของบรรดาเจ้าที่ดินที่ร่วมมือกับรัฐและธุรกิจอุตสาหกรรมการเกษตรที่เป็นบรรษัทข้ามชาติในบราซิล ชนชั้นนำในภาคเกษตรของบราซิลเป็นผู้มีอิทธิพลต่อสถาบันทางการเมือง เป็นหลักประกันให้พวกเขาสามารถครอบครองที่ดินและทรัพยากร[2] บราซิลมีประวัติศาสตร์ยาวนานของการต่อสู้ของเกษตรกรเพื่อที่ดินและการปฏิรูปที่ดิน อย่างไรก็ดี ระบอบเผด็จการทหารในช่วงปี 1964 ถึง […]

หนังสือ แม่อมกิ : ชีวิตแห่งผืนป่ากับมายาคติในกระบวนการยุติธรรม

ดาวโหลดหนังสือ (ภาษาไทย) ดาวโหลดหนังสือ (English Version) หนังสือแม่อมกิ บอกเล่าเรื่องราวของชาวชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านแม่อมกิ 2 คน  คือ นายดิ๊แปะโพ (ไม่มีนามสกุล) กับนางหน่อแฮหมุ่ย เวียงวิชชา  ซึ่งถูกเจ้าพนักงานป่าไม้ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก.14(แม่เงา) เข้าจับกุมขณะกำลังทำไร่ ต่อมาทั้งสองได้ถูกดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยการยึดถือ ครอบครอง ที่ดิน ตัด โค่น ก่อสร้าง แผ้วถางต้นไม้ เผาป่า ป่าท่าสองยาง (ห้วยแม่คาซึ่งจำแนกเป็นป่าอนุรักษ์และป่าต้นน้ำลำธาร) ซึ่งอยู่ภายในแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ด้วยการตัดฟันต้นไม้ เผาป่า ปรับพื้นที่ แล้วยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเอง ชาวบ้านในลุ่มแม่น้ำเงาอย่างน้อยสองอำเภอในสองจังหวัด ล้วนเป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่กันมาเป็นชุมชนดั้งเดิม มีจารีตประเพณีวัฒนธรรมเฉพาะชนเผ่าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ชาวบ้านกว่า 95 เปอร์เซ็นในลุ่มแม่น้ำแห่งนี้  ดำรงชีวิตด้วยการทำไร่หมุนเวียน และพึ่งพาอาศัยป่าเป็นแหล่งอาหารมาเป็นเวลาช้านาน โดยเฉพาะการเก็บหาของป่ามาเป็นอาหาร นำไม้และใบไม้จากป่ามาสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และใช้ที่ดินทำไร่หมุนเวียนเพื่อการดำรงชีพ ด้วยวิถีชีวิตเช่นนี้ชุมชนมีจารีตประเพณี วัฒนธรรมในการดูแลรักษาและจัดการทรัพยากรภายในชุมชน ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปในทางวิชาการ หากแต่กฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ของไทยยังคงบัญญัติว่าเป็นความผิด คดีนี้มีความสำคัญในแง่ขององค์ประกอบหลายอย่างที่จะเป็นโอกาสในการต่อสู้เป็นคดียุทธศาสตร์ เพื่อสร้างบรรทัดฐานการใช้และการตีความกฎหมายของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานและศาลให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการ ดูแล และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในทางการต่อสู้คดี แบ่งเป็น 2 ช่วง […]

มองคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดคดีเผาบ้านกะเหรี่ยงแก่งกระจาน 4 ประเด็นที่ดีขึ้น 1 ประเด็นที่ต้องผลักดันต่อ

วันนี้ (12 มิถุนายน 2561) เวลาประมาณ 10.45 น. ณ ศาลปกครองกลาง ชั้น 3 ห้องพิจารณาคดีที่ 1 ศาลปกครองสูงสุด ได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ส.58/2555 หมายเลขแดงที่ ส.660/2559  ระหว่าง นายโคอิ หรือคออี้ มีมิ ที่1 กับพวกรวม 6 คน ผู้ฟ้องคดี กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ผู้ถูกฟ้องคดี มูลเหตุของคดีนี้มีที่มาจากการที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้ปฏิบัติการตามโครงการขยายผลการอพยพผลักดัน จับกุมชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-สหภาพเมียนมาร์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ครั้งที่ 4 บริเวณบ้านบางกลอยบนและบ้านใจแผ่นดิน ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2554  โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นำโดยนายชัยวัฒน์  ลิ้มลิขิตอักษร  หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในขณะนั้น  ได้ทำการรื้อถอนเผาทำลายสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง รวมถึงของผู้ฟ้องคดีทั้งหกด้วย รวมแล้วมีบ้านพักอาศัย และยุ้งฉางถูกจุดไฟเผาจำนวน 98 หลัง ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ครั้งนั้น เป็นเหตุให้เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2555 นายโคอิ หรือคออี้  มีมิ กับพวกรวม 6 คน โดยได้รับความช่วยเหลือจากสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 […]

สนส. จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 กำหนดประเด็น SLAPP และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมเป็นวาระสำคัญในการขับเคลื่อนงานขององค์กร

วันที่ 9 – 10 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 ขึ้นเพื่อทบทวนการทำงานที่ผ่านมาและกำหนดทิศทางการทำงานในอนาคต การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 นอกจากจะเป็นการประชุมประจำปีตามปกติแล้ว ยังถือเป็นการพบกันของบรรดาสมาชิกในโอกาสครบรอบ 10 ปีของการก่อเกิดองค์กรอีกด้วย สนส. จึงได้ถือโอกาสนี้ในการทบทวนการทำงานอย่างมีส่วนร่วมจากบรรดาสมาชิก ซึ่งโดยสรุปแม้จะพบว่าตลอดระยะเวลา 10 ปีผ่านมา  จะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ สนส. ยังทำไม่สำเร็จหรือทำแล้วล้มเหลว แต่อย่างน้อยๆ สิ่งที่เราเห็นร่วมกันก็คือ การค่อยๆเติบโตขึ้นของพื้นที่นักกฎหมาย/ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนในที่ต่างๆและในประเด็นต่างๆ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นถือเป็นแรงผลักสำคัญที่จะช่วยให้กฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายและการตีความกฎหมายค่อยๆขยับไปอยู่บนพื้นฐานของหลักการสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรมและความเป็นธรรมทางสังคม ในส่วนของความล่มเหลวที่ไม่อาจทำงานให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ สนส. เองก็ได้ทบทวนบทเรียนการทำงาน พร้อมทั้งได้มีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การทำงานใหม่ และกำหนดประเด็นการทำงานให้ชัดเจนและสอดคล้องกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศมากขึ้น  โดยที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 ได้มีความเห็นร่วมกันว่าประเด็นหลักที่ สนส. ต้องขับเคลื่อนในปีหน้า คือ การยับยั้งการใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือเพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมสาธารณะ (SLAPP) หรือ judicial harassment การส่งเสริมสิทธิในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะหลักการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม เช่น สิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว สิทธิของทนายความในกระบวนการยุติธรรม เป็นต้น […]

12 มิถุนายนนี้ ศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำพิพากษาคดีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเผาบ้านชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบางกลอยบน

ภาพ : กลุ่มดินสอสี พรุ่งนี้ (12 มิถุนายน 2561) เวลา 10.30 น. ศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ส.58/2555 หมายเลขแดงที่ ส.660/2559 ระหว่าง นายโคอิ หรือคออี้ มีมิ ที่1 กับพวกรวม 6 คน ผู้ฟ้องคดี กับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ผู้ถูกฟ้องคดี จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเผาบ้านเรือนและรื้อทำลายทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีทั้งหก ณ ศาลปกครองกลาง ชั้น 3 ห้องพิจารณาคดีที่ 1 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2555 นายโคอิ หรือคออี้ มีมิ กับพวกรวม 6 คน ได้ยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ […]