แจ้งข่าวนัดฟังคำพิพากษาป้ายปากมูลและชวนบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการต่อสู้คดี

วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 นี้ ศาลจังหวัดอุบลราชธานี มีนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 99/2562 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ กับ นายกฤษกร ศิลารักษ์ (ป้ายปากมูล) ในฐานความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และหมิ่นประมาทศาล จากกรณีที่นายกฤษกรได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีที่ศาลจังหวัดอุบลราชธานี พิจารณาคดีของนายดวงเด่น สุทธาคง ที่ถูกดำเนินคดีในความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ ซึ่งเป็นเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่เกาะดอนคำพวง ตำบลกุดชมพู อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี  ซึ่งมีการตัดโค่นต้นไม้เป็นจำนวนมากและไม้ที่ถูกตัดนั้นมีไม้ยางนาซึ่งเป็นไม้ต้องห้ามรวมอยู่ด้วยหลายต้น

ทั้งนี้ เมื่อนายกฤษกรติดตามการพิจารณาคดีแล้วพบว่ายังมีข้อมูลที่ขาดไป ด้วยความหวงแหนต่อทรัพยากรธรรมติในพื้นที่ จึงได้โพสต์ข้อความซึ่งเป็นข้อมูลลงเฟซบุ๊คของตนเองโดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ เพื่อนำเสนอข้อมูลที่เห็นว่าตกหล่นและไม่ได้ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณา นอกจากการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการพิจารราคดีของศาลจังหวัดอุบลราชธานีแล้ว นายกฤษกรยังได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการบุกรุกเกาะและการตัดไม้ต้องห้ามในพื้นที่อย่างต่อเนื่องหลายข้อความ จึงเป็นเหตุให้นายจักรกฤช วิเศษชลธาร ข้าราชการบำนาญกรมสวบสวนคดีพิเศษ ผู้เสียหายที่ 1 ผู้พิพากษาศาลจังหวัดอุบล ผู้เสียหายที่ 2  และศาลจังหวัดอุบลราชธานี ผู้เสียหายที่ 3 แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและหมิ่นศาล ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198 , 326 และมาตรา 328

นอกจากคดีข้างต้นแล้ว นายกฤษกร  ยังถูกฟ้องหมิ่นประมาทในคดี “ปิดเขื่อนปากมูล” ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้เสียหาย และศาลจังหวัดอุบลราชธานีตัดสินลงโทษฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี และปรับ 2 ปี ฐานนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จและเผยแพร่ส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ จำคุก 2 ปีและปรับ 50,000 บาท รวมจำคุก 4 ปี และปรับ 110,000 บาท (อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่2445/2561) ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงทำให้นายกฤษกร ยังไม่ได้จ่ายให้แก่ศาล  โดยปัจจุบันคดีนี้อยู่ระหว่างรอนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ซึ่งในวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 ซึ่งศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นัดฟังคำพิพากษาคดี “ดอนคำพวง” นั้น นายกฤษกร จะต้องนำเงินจำนวน 110,000 บาท ไปชำระในคดี “ปิดเขื่อนปากมูล” ซึ่งหากไม่มีเงินไปชำระค่าปรับ ศาลจะสั่งให้จำคุกแทนค่าปรับ ในคดีปิดเขื่อนปากมูล

ดังนั้น สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนขอเชิญชวนทุกท่านร่วมบริจาคเงิน เพื่อสนับสนุนการต่อสู้คดีของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนโดยสามารถโอนเงินค่าปรับ เข้าบัญชี กฤษกร ศิลารักษ์ เลขที่ 013-866-0672 กสิกรไทย

 

อ่านเพิ่มเติม :