เมื่อผีเจ้าป่าเจ้าเขา ไม่น่ากลัวเท่าผีอุทยานผีเขตห้ามล่า

เมษยา เสมอเชื้อ

          ลมบนยอดเขาสูงเย็นชื่นหัวใจในยามสาย ม่านหมอกขาวนวลเริ่มเลื่อนลาง มวลแสงสีทองสาดส่องเป็นเส้นลำแสงมองเห็นไกลสุดลูกตาคน ตัดกันกับสีเขียวอ่อนแก่สลับซับซ้อนไกลสุดตางคนเตวถึง มองเห็นรอยวิถีชีวิต ไร่เหล่าบางแปลงกลายเป็นป่าเขียวเข้มแก่ บางแปลงไม่ไกลกันเป็นสีเขียวนวลอ่อน หนึ่งแปลงสะดุดตา มองคล้ายพื้นที่เตรียมทำกิน แต่เหตุไฉนไร้ซึ่งรวงข้าวสีทองน่าแปลกฉงน เสียงชายคนหนึ่งดังกังวารราวกับเสียงฟ้าร้องไห้ ใจความตอนหนึ่งนั้นเรายังจำได้ดี ความนั้นคือเรื่องราวความระทมที่ทนเก็บมารอใครสักคนที่จะได้ยินเสียงของชาวป่าชาวเขาอย่างเขา ความตอนหนึ่งที่เราอยากให้ใครสักคนรับฟัง

“ตรงนั้นเราเตรียมที่สำหรับจะทำไร่หมุนเวียนที่ตรงนั้นเป็นไร่เหล่าปีนี้ถึงเวลาต้องทำกินแล้ว แต่มีเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าพร้อมมวลชนมายึดแล้วบอกเราไม่ให้ทำกินตรงนี้ เพราะเป็นพื้นที่รอยต่อ 2 จังหวัด แต่พื้นที่ตรงนี้อยู่ในเขตพื้นที่ที่เราทำแนวกันไฟ ดูแลทั้งหมด 2,1000 ไร่ ตั้งแต่บรรพบุรุ พอปีนี้เขาไม่ให้เราทำ เราก็กลัว กลัวทุกอย่างเลย เขาเป็นเจ้าหน้าที่เขามีอำนาจ เราไม่กล้าขัดเขา ปีนี้เราก็ยังพอมีบุญเก่าข้าวเหลือจากปีที่แล้ว แต่พอหลังจากนี้จะทำยังไง ปากท้องครอบครัว ข้าวก็ไม่มีพืชผลจากไร่หมุนเวียนก็ไม่มี หรือจะต้องไปรับจ้างเพิ่มทำงานหนักเพิ่มขึ้นเพื่อเอาเงินมาซื้อข้าวกิน เราเดือดร้อนหนักมาก” นี่คือเสียงหนึ่งของความเดือนร้อน ความทุกข์ระทม เสียงนี้คือ เสียงจากปาเก่อญอบ้านป่าแป๋ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เสียงที่เบาที่สุดในสังคม หรือเสียงปาเก่อญอดังแล้วแต่สังคมไม่เคยรับฟัง

สิ้นเสียงบอกเล่าเรื่องราว เราตอบกลับด้วยเสียงในใจว่า “ใช่..เมื่อปีนี้ไม่มีที่ปลูกข้าว แล้วจะเอาข้าวที่ไหนกิน ชีวิตจะต้องเจออะไรที่เจ็บปวดเช่นนี้ นี่หรือสังคมประเทศไทยในปัจจุบันที่ “คุณลุง” บอกว่าพัฒนาไปไกลแล้ว บอกว่าเป็นยุคสังคม 4.0 แต่ปัญหาป่าไม้ ที่ดิน การอพยพคนออกจากป่าไม่เคยหมดไป เพียงแต่หลอกลวง พลิกคำจากอพยพสร้างคำที่สวยหรูอย่าง “คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ คทช.” ที่มีหน้าที่จัดสรรพื้นที่ชั้นลุ่มน้ำ 1,2 เป็นพื้นที่สงวนอนุรักษ์รักษา ห้ามมีการใช้ประโยชน์ แต่ แต่ พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่มีคนอาศัยและทำกินอยู่มานานนับพันปี หรือจะให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นพื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ ที่ชาวปาเก่อญออาศัย ทำกิน และดูแลรักษาผืนป่าด้วยลมหายใจ ผ่านการเลี้ยงบูชาผีขุนน้ำ ผีเจ้าป่า ผีเจ้าเขา แต่มีวันนี้ผีเจ้าป่าเจ้าเขาไม่น่ากลัวแล้ว เพราะผีอุทยาน ผีเขตห้ามล่าผีป่าไม้ น่ากลัวกว่ามาก เพราะผีเหล่านี้ทั้งจำทั้งปรับ และฆ่าเผาถัง” อาจจะเป็นจริงอย่างนั้นที่ว่าผีเจ้าหน้าเหล่านี้น่ากลัวกว่าผีเจ้าป่าเจ้าเขา เพราะตอนนี้ก็มีตัวอย่างให้เห็นอย่างที่ผืนแผ่นดินใจแผ่นดิน และหลายพื้นที่ อย่างที่บ้านแม่ปูนน้อย ห้วยไร่ ห้วยงู ตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ชาวปาเก่อญอ ออกมาเรียกร้องให้เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่โท ออกมาชี้แจงแนวเขต และการดำเนินงานที่ผ่านมาว่าโปร่งใส และผ่านการเห็นชอบรับรองจากชุมชนไหม เพราะตัวชาวบ้านเองไม่เคยรู้มากก่อน มารู้เอาตอนที่หลักหมุดตราครุฑปักการแผ่นที่ทำกินพื้นที่ไร่หมุนเวียนไปเสียแล้ว ปัญหาของพี่น้องปาเก่อญอไม่ได้มีเท่านี้ แต่มันเกิดวาทะกรรมขึ้นมาเรื่อยๆ เช่น ปาเก่อญอทำไร่เลื่อยลอย ชาวเขาเผาป่า ชาวเขาติดยา หรือกรณีล่าสุดที่ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ มาชี้แจงแนวทาง คทช. แต่กลับได้สร้างรอยแผลบาดลงกลางหัวใจปาเก่อญอกับคำถามที่ว่า  “แผ่นดินนี้เป็นของใคร พวกมาเรามาอาศัยบนแผ่นดินนี้แบบเถื่อน เถื่อน มันผิดกฎหมายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” หากเป็นคุณเองที่กำลังอ่านบทความนี้คุณจะรู้สึกอย่างไรกับคำถามนี้ และจะตอบผู้ถามอย่างไร

ยิ่งไปกว่านั้นวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 นี้ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ2562 และ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 จะมีผลบังคับใช้ แลบังคับให้คนไม่สามารถอยู่กับป่าได้ตามข้อบังคับที่มี “เจตนารมณ์เพื่อสงวนอนุรักษ์คุ้มครอง และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เช่น พันธุ์ไม้ สัตว์ป่า  ตลอดจนถึงทิวทัศน์ป่าและภูเขาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ให้คงอยู่ในสภาพธรรมชาติเดิมมิให้ถูกทำลาย ได้กำหนดบทลงโทษไว้รุนแรงกว่าเดิมเช่นกัน หากฝ่าฝืนกระทำการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแล้ว จะต้องถูกดำเนินคดีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 – 20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000 – 2,000,0000 หรือทั้งจำทั้งปรับ” นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กล่าว ทั้งนี้การที่คนจะอยู่กับป่าได้ต้องปรับเปลี่ยนวิถีหันมาปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง แทนการปลูกข้าวไร่ ไร่หมุนเวียน เพราะเหล่านี้ไม่ยั้งยืน จึงเกิดเสียงต้านจากคนที่เป็นเจ้าของวิถีชีวิตในพงไพร ว่าตนนั้นกินข้าวไม่ได้กินไม้ จะมาให้ปลูกต้นไม้กินแทนข้าวคงไม่ได้หลอก นี้คงเป็นเสียงสะท้อนที่จริงใจและต่อไปต่อมาที่สุด จากปาเก่อญอ หรือกะเหรี่ยง

วันพรุ่งนี้กะเหรี่ยง คนอยู่กับป่าจะทำอย่างไรเมื่อวิถีชีวิตต้องถูกจำกัดสิทธิแทบไม่เหลือที่ซุกหัวนอนด้วยกฎหมายที่ออกมาภายหลัง กับอุทยานฯ ที่คอยจะประกาศทับพื้นที่จิตวิญญาณราวกับแมวที่จ้องกินปลา หรือกะเหรี่ยงต้องอุทิศชีวิตเพื่อสิทธิที่จะอาศัยอยู่บนนครา บนแผ่นดินเกิด  น้อมคาราวะจิตวิญญาณแห่งบรรพชน ปุนุ ดอกจีมู ยอมตายแต่ไม่ยอมอพยพจากมาตุภูมิบ้านห้วยหอย แด่พอละจี รักจงเจริญ น้ำผึ้ง 6 ขวดจากแก่งกระจาน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Facebook
Twitter
Line