แถลงการณ์องค์กรสิทธิมนุษยชน เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการนำตัวผู้กระทำความรุนแรงกับนักกิจกรรมทางการเมืองมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง

แถลงการณ์

เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการนำตัวผู้กระทำความรุนแรงกับนักกิจกรรมทางการเมืองมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง

เผยแพร่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๒

          จากเหตุการณ์ที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักกิจกรรมด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง  ถูกคนร้ายจำนวน ๔ คน ลอบทำร้ายเมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๒ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารับการรักษาตัวในห้องไอซียู โดยคนร้ายมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับที่นายสิรวิชญ์ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๒ โดยเหตุครั้งนี้เกิดในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาล บางชัน ส่วนเหตุคดีแรกเกิด ในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เป็นการก่อเหตุ ๒ ครั้งภายในเดือนเดียว นอกจากนี้ที่ผ่านมามีนักกิจกรรมที่คัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ถูกรุมทำร้ายมาแล้วหลายราย แม้หลังเกิดเหตุแต่ละครั้ง ผู้เสียหายในคดีเหล่านั้น จะได้แจ้งความ ร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ไปแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายแต่อย่างใด

ทั้งนี้ รัฐบาลมีหน้าที่หลักในการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิในชีวิตของประชาชนทุกคน ที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างจากรัฐบาลโดยสันติวิธีตามรัฐธรรมนูญ และตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม แต่ในห้วงที่ผ่านมารัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐกลับละเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง จนก่อให้เกิดความหวาดกลัวของคนที่มีความเห็นต่างจากรัฐและเกิดสภาวะบ้านป่าเมืองเถื่อนไร้ขื่อแป ทั้งอาจนำไปสู่ความรุนแรงจนยากที่จะหาข้อยุติโดยสันติเฉกเช่นที่สังคมไทยต้องเผชิญมาในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และองค์กรภาคีที่มีรายชื่อข้างท้ายนี้ จึงมีความเห็นและข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้

๑.กรณีนายสิรวิชญ์และนักกิจกรรมอื่นๆ แสดงออกโดยการเรียกร้อง วิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบการทำงานของ คสช.  ถือเป็นสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ได้รับการรับรองคุ้มครองไว้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ อีกทั้งลักษณะการแสดงออกดังกล่าวของนายสิรวิชญ์ยังนับว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในด้านพลเมืองและการเมือง ตามปฏิญญาว่าด้วยสิทธิและความรับผิดชอบของปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กรของสังคมในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างสากล  หรือ “ปฏิญญาว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน” (human rights defenders)

๒.รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมจะต้องมีท่าทีที่ชัดเจนว่าไม่อาจยอมรับการกระทำอันป่าเถื่อนของกลุ่มบุคคล ที่สร้างความไม่สงบโดยการทำร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง

๓.รัฐบาลได้แถลงตลอดมาว่าต้องการที่จะสร้างความปรองดองของคนในชาติ และรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม รัฐบาลจึงพึงตระหนักว่า การบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เที่ยงธรรม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ หรือไม่ใช้กฎหมายเป็นสองมาตรฐานเท่านั้น จึงจะมีผลทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองลดลงได้

๔.ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและแถลงความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดที่ก่อเหตุ ทำร้ายร่างกายนายสิรวิชญ์ เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๒ และ วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๒  ตลอดจนคดีที่ นักกิจกรรมคนอื่นๆ ที่ถูกทำร้าย ให้สังคมได้ทราบเป็นระยะ ทั้งนี้เพราะการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง จะมีผลในการยับยั้งไม่ให้คนร้ายกระทำผิดซ้ำอีก

๕.ขอให้สังคมและฝ่ายที่ขัดแย้งกันยอมรับความแตกต่างกันในความคิด ความเชื่อ ความเห็น และอุดมการณ์ทางการเมือง ตลอดจนเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิด ความเชื่อดังกล่าวโดยสันติ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย ตราบใดที่การแสดงออกดังกล่าวไม่ใช้ความรุนแรง ดังนั้นจึงต้องช่วยกันส่งเสริมวัฒนธรรมอดทนอดกลั้น เพื่อช่วยกันประคับประคองให้สังคมไทยสามารถก้าวผ่านความขัดแย้งและความรุนแรงไปได้

คนผิดต้องไม่ลอยนวล นักกิจกรรมทางการเมืองต้องได้รับการคุ้มครอง

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)

มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.)

ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน

Download แถลงการณ์ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *