Menu

ครอบครัวนายชัยภูมิ ป่าแส และครอบครัวนายอาเบ แซ่หมู่ร่วมกันเรียกร้องความยุติธรรม ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก



 
 
วันนี้ (22 พฤษภาคม 2562) ครอบครัวนายชัยภูมิ ป่าแส และครอบครัวนายอาเบ แซ่หมู่ พร้อมกับทนายความและองค์เครือข่ายจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.), มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, Protection International และกลุ่มดินสอสี เข้ายื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก ณ ศาลแพ่ง (ถ.รัชดาภิเษก) เวลา 09.00 น.
 
 
 
จากเหตุการณ์ที่นายชัยภูมิ ป่าแส และนายอาเบ แซ่หมู่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งประจำอยู่ที่ด่านตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ใช้อาวุธปืนยิง จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต โดยพฤติการณ์การเสียชีวิตของทั้งสองคนมีลักษณะคล้ายคลึงกัน อีกทั้งเหตุการณ์ทั้งสองยังเกิดในระยะเวลาไล่เลี่ยกันด้วย และเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่ครอบครัวของชัยภูมิและอาเบรอคอยความยุติธรรม และนอกจากการติดใจเรื่องสาเหตุการตายของลูกชายแล้วนั้น การสูญเสียลูกชายไปจากครอบครัวของทั้งสอง นำมาซึ่งความเสียใจและความลำบากของครอบครัว อีกทั้งยังเชื่อว่าบุตรชายของตนถูกฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่ทหารกระทำเกินสมควรแก่เหตุ และเห็นว่าควรเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าวจากกองทัพบกซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสอง
 
 
นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน, นายไมตรี จำเริญสุขสกุล ผู้ดูแลนายชัยภูมิ ป่าแส และนางณัฐนันท์ แซ่หมู่ ป้าของนายอาเบ แซ่หมู่ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มาร่วมกันฟ้องคดีในวันนี้ และยืนยันว่าจะต่อสู้จนกว่าความจริงจะปรากฏ
 
 
นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้ทวงถามถึงภาพในกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพในวันที่เกิดเหตุการณ์นายชัยภูมิถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนยิง จนเป็นเหตุให้นายชัยภูมิเสียชีวิต ซึ่งในบริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวงมีกล้องวงจรปิดทั้งหมด 9 ตัวติดตั้งไว้ แต่ทางฝ่ายทหารไม่เคยนำมาแสดงต่อศาล และผู้บังคับบัญชาในระดับแม่ทัพภาคเคยออกมาบอกว่าได้ดูภาพในกล้องวงจรปิดแล้วอีกด้วย ทั้งนี้กล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานสำคัญหายไป ผู้ที่ครอบครองควรมีส่วนต้องรับผิดชอบในเรื่องนี ทนายยังกล่าวต่อด้วย กองทัพบกต้องเยียวยาผู้เสียหาย และการมอบอาวุธสงครามที่เป็นอาวุธร้ายแรงให้แก่พลทหารเป็นเรื่องที่ต้องทบทวนต้องไปติดตามจากอัยการศาลทหารว่าคดีถึงไหนแล้วการเยียวยาความเสียหายคือการเยียวยาทางแพ่ง แต่การเยียวยาทางจิตใจคือความยุติธรรมควรจะให้ทหารมาขึ้นศาลยุติธรรมในคดีอาญา
 
 
ส่วนกรณียื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อกองทัพบกนี้ เห็นว่าเมื่อรัฐถ้ากระทำผิดก็ต้องรับผิดชอบและเยียวยาค่าเสียหาย ไม่เช่นนั้นประชาชนที่เขาได้รับความเสียหาย เขาจะรู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม และก่อให้เกิดปัญหา อีกทั้งยังได้สอบถามถึงความคืบหน้าของคดีอาญาว่าอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว เนื่องจากหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการรวบรวมสำนวนการสอบสวนจะต้องส่งคำสั่งศาลที่มีการไต่สวนเหตุเสียชีวิต พร้อมสำนวนการไต่สวนไปให้พนักงานอัยการ เพื่อส่งต่อไปยังพนักงานอัยการศาลทหารดำเนินการตามที่ได้แจ้งความไว้ข้อหาฆ่าผู้อื่น เพราะสำนวนคดีทำเป็นสำนวนไต่สวนการตาย และสำนวนฆ่าผู้อื่น ดังนั้นพนักงานอัยการมีหน้าที่ในการทำสำนวนเพื่อส่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล เมื่อทหารคนนั้นตกเป็นจำเลยต่อศาลก็ต้องพิสูจน์ต่อศาล อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้มีปัญหาที่กฎหมายนี้ปิดช่องไม่ให้ประชาชนเข้าไปเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการศาลทหาร และประชาชนจะฟ้องศาลทหารเองก็ฟ้องไม่ได้ เพราะกฎหมายทหารยังจำกัดสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงความยุติธรรมอยู่ ทั้งนี้เราต้องถือว่าคนทุกคนไม่ว่าจะเป็นเชื้อสายชาติพันธ์ เผ่าพันธ์ใด คนทุกคนเสมอเหมือนกัน นายชัยภูมิ เป็นชาติพันธ์ลาหู่ ส่วนนายอาเบ เป็นลีซู แต่เขาก็กำเนิดบนผืนแผ่นดินไทย ย่อมที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้เช่นเดียวกัน
 
 
ด้านนายไมตรี จำเริญสุขสกุล ผู้ดูแลนายชัยภูมิ ป่าแส กล่าวว่าถ้ามีช่องทางที่จะหาความยุติธรรมได้ ก็จะทำ และการฟ้องแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายก็เป็นช่องทางหนึ่ง เพราะคนหนึ่งคนตายไม่ใช่หมูหมาตาย ทุกวันนี้ในสื่อหมาตัวหนึ่งตายเรายังระดมทุนกันเพื่อทำศพ แล้วนี่คนทั้งคนตายพร้อมกับเงื่อนงำต่างๆ มากมาย อีกทั้งย้ำว่า ความยุติธรรมที่แท้จริงจะต้องไม่ปกป้องคนใดคนหนึ่ง ต้องเอาคนผิดมาลงโทษ และไปใส่ความคนที่พูดไม่ได้ ความยุติธรรมที่เราต้องการคือความเสมอภาค ความเป็นคนเท่าเทียมกัน ที่คุณควรมีต่อเรา แต่อีกมุมหนึ่งคิดว่าความยุติธรรมต่างหากที่จะปกป้องเรา ความจริงต่างหากที่จะปกป้องเรา การพยายามที่จะปิดบังความจริงไม่นานปิดไม่อยู่ สักวันหนึ่งความจริงจะต้องปรากฏ
 
ขณะที่นางณัฐนันท์ แซ่หมู่ ป้าของนายอาเบ แซ่หมู่ กล่าวว่า ความโศกเศร้า ความสูญเสียของคนเป็นพ่อเป็นแม่ โดยเฉพาะแม่ของนายอาเบ ที่ต้องตกอยู่ในอาการซึมเศร้าหลังจากลูกชายจากไป รายได้ก็น้อยลง จากการที่เคยมีกินมีใช้ ก็ไม่ได้สุขสบายแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างแย่ไปหมด ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารที่เป็นคนยิงนายอาเบก็ไม่ได้มาติดต่อแต่อย่างใด จะให้ชีวิตคนหนึ่งคนหายไปอย่างนี้หรือ การต่อสู้ในครั้งนี้จึงถือเป็นการเรียกร้องความยุติธรรมให้นายอาเบด้วย โดยหวังว่าศาลจะให้ความยุติธรรม
 
 

โดยศาลแพ่ง (ถ.รัชดาภิเษก) ได้มีกำหนดนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดีหรือสืบพยานโจทก์ วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 เวลา 13.30 น.

 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม :
นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความ 081-4394938
นายปรีดา นาคผิว ทนายความ 098-6222474
 
 
งานที่เกี่ยวข้อง : เส้นทางที่พร่าเลือน คดีไปทางไหนต่อ ผ่านไป 2 ปี หลังจากชัยภูมิ ป่าแสถูกวิสามัญฆาตกรรม : http://naksit.net/2019/03/2years_chaiyaphoom/
 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *