2557 – 2561 นักต่อสู้ด้านที่ดินถูกคุกคามด้วยความรุนแรงเฉลี่ยปีละราย

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาและกลางดึกของเมื่อวาน (3 กันยายน 2561) มีข่าวการลอบยิงในพื้นที่ภาคเหนือถึง 2 เหตุการณ์ เหตุการณ์แรกเป็นการยิงอดีตกำนันเสียชีวิต อีกเหตุการณ์เป็นการลอบยิงกุฏิพระสงฆ์ แต่โชคดีที่ท่านไม่เป็นอะไร ซึ่งความน่าสนใจของทั้งสองเหตุการณ์คือ ผู้ที่ตกเป็นเป้ามีประวัติด้านการทำงานพัฒนาและการเคลื่อนไหวเรื่องที่ดินในพื้นที่ภาคเหนือ

การลอบสังหารและการอุ้มหายนักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินทำกินไม่ใช่เรื่องที่พึ่งเกิด แต่เป็นสิ่งที่ปรากฎมานานแล้ว โดยเฉพาะในช่วงปี 2517 ถึง  2522  มีข้อมูลว่าผู้นำชาวนาชาวไร่ถูกสังหารมากถึง 33 คน บาดเจ็บสาหัส 8 คน และหายสาบสูญ 5 คน[1]  แม้ในระยะหลังสถานการณ์การคุกคามต่อนักต่อสู้ด้านที่ดินด้วยความรุนแรงดังกล่าวจะคลี่คลายลงไปบ้าง และพึงมาปรากฏชัดอีกครั้งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารที่อ้างเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่ตลอดเวลา แต่กลับพบว่ามีการคุกคามด้วยความรุนแรงทั้งการสังหารและการอุ้มหายต่อคนที่ทำงานเกี่ยวกับประเด็นด้านที่ดินเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยแล้วปีละ 1 ราย และที่สำคัญยังไม่สามารถนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้เลยสักคดีเดียว

 

ปี 2557 แกนนำกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงแห่งบางกลอยถูกบังคับให้สูญหาย

วันที่ 17 เมษายน 2557 นายบิลลี่ หรือพอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงแห่งบางกลอย ได้ถูกทำให้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลังจากถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ปัจจุบันผ่านไป 4 ปี การค้นหาความจริงยังไม่คืบหน้ามากนัก  กรมสอบสวนคดีพิเศษพึ่งมีมติรับเป็นคดีพิเศษไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา

อ่านเรื่องบิลลี่เพิ่มเติม

ปี 2558 สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ถูกยิงเสียชีวิตเป็นรายที่ 4

วันที่ 11 กุมภาพันธุ์ 2558 นายใช่ บุญทองเล็ก อายุ 61 ปี สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) และเป็นแกนนำผู้ก่อตั้งชุมชนคลองไทรพัฒนา อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ถูกคนร้าย 2 คน ใช้รถจักยานยนต์มาจอดที่หน้าบ้านซึ่งเป็นร้านขายของชำและเข้ามากระหน่ำยิงจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ คดีของนายใช่ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดกับจำเลย

หากไม่นับกรณีของสุพจน์ดังที่กล่าวไปแล้ว นายใช่ บุญทองเล็ก คือสมาชิกชุมชนคลองไทรพัฒนาและสหพันธุ์เกษตรกรภาคใต้รายที่ 4 ที่ถูกยิงเสียชีวิต โดยที่ผ่านมีสมาชิกชุมชนคลองไทรพัฒนาและสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ถูกสังหารไปแล้วถึง 3 คน ได้แก่ 1) นายสมพร พัฒภูมิ ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2553  2) นางมณฑา ชูแก้ว และ 3) นางปราณี บุญรักษ์ ถูกซุ่มยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2555 ทุกคดีรวมถึงคดีของนายใช่ และสุพจน์ ไม่สามารถนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้

ชุมนุมคลองไทรพัฒนาเกิดจากการรวมตัวกันของชาวบ้านเพื่อตรวจสอบการทำประโยชน์ของเอกชนโดยผิดกฎหมายในที่ดินเขต ส.ป.ก. และชุมชนได้เรียกร้องให้รัฐปฏิรูปที่ดินโดยนำที่ดินมากระจายให้กับเกษตรกรไร้ที่ดิน แต่การดำเนินการที่ล่าช้าและไม่มีประสิทธิภาพในการปฏิรูปที่ดินดังกล่าว ทำให้ปัญหาความขัดแย้งไม่ได้รับการแก้ไข และก่อให้เกิดความรุนแรงตามมาหลายครั้ง ทั้งการข่มขู่ การใช้อิทธิพลมืดเล่นงานชาวบ้านและการสังหารดังที่กล่าวไป

อ่านเรื่องนายไช่เพิ่มเติม

ปี 2559 แกนนำต่อสู้เรื่องที่ดินในภาคใต้ถูกลอบยิง ส่วนอีสานแกนนำหายไปและปรากฏหลักฐานว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว

วันที่ 8 เมษายน 2559 นายสุพจน์ กาฬสงค์ ถูกลอบยิงโดยกลุ่มมือปืนไม่ทราบจำนวน ทำให้สุพจน์ ได้รับบาดเจ็บ กระสุนฝังในจำนวน 8 นัด สุพจน์เป็นแกนนำต่อสู้เพื่อการปฏิรูปที่ดินชุมชนคลองไทรพัฒนา อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ และพยานสำคัญในคดีสังหารนายใช่ บุญทองเล็ก ซึ่งเป็นสมาชิกชุมชนคลองไทรพัฒนาและสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้อีกหนึ่งที่ถูกยิงเสียชีวิตไปเมื่อปี 2558

อ่านเรื่องสุพจน์เพิ่มเติม

วันที่ 16 เมษายน 2559 นายเด่น คำแหล้ แกนนำการต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินทำกินในชุมชนโคกยาว ได้หายไปเมื่อ หลังเดินทางไปเก็บหน่อไม้บริเวณสวนป่าโคกยาว รอยต่อระหว่างเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนามกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ชาวบ้านครือข่ายปฏิรูปที่ดินอีสานและญาติของนายเด่นได้ร่วมกันเดินเท้าค้นหานานหลายเดือน จนพบหลักฐาน เช่น เสื้อผ้า ชิ้นส่วนกะโหลกมนุษย์ หลังจากนั้นทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์นำวัตถุพยานดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ ระบุว่าจากผลการตรวจสอบมีสารพันธุกรรม(ดีเอ็นเอ)เดียวกันกับน้องสาวของนายเด่น

อ่านเรื่องพ่อเด่นเพิ่มเติม

ปี 2561 ลอบยิงนักพัฒนาและแกนนำเคลื่อนไหวด้านที่ดินในภาคเหนือ 2 รายติด

วันที่ 29 สิงหาคม 2561 นายเกษตร ยศบุญเรือง อดีตกำนันแหนบทองคำ ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน และยังเป็นนักพัฒนาและแกนนำป่าชุมชน/โฉนดชุมชนคนสำคัญในจังหวัดน่านอีกด้วย ถูกคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงเสียชีวิต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลังจากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ วันที่ 3 กันยายน 2561 เวลาประมาณ 23.30 น. คนร้ายลอบเข้าวัดปางมะโอ วางเพลิงเผารถยนต์ และยิงกุฏิพระฐาปนพงษ์ ฐานิษโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดปางมะโอ ตำบลแม่พุง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่  และพระนักพัฒนาชื่อดังของภาคเหนือ ที่ร่วมเคลื่อนไหวอนุรักษ์ผืนป่า การจัดการที่ดินทั้งในพื้นที่จังหวัดแพร่ โดยก่อนหน้านี้ วันที่ 29 สิงหาคม 2561 มีรายงานข่าวว่าท่าน พร้อมด้วยแกนชาวบ้านปางมะโอ ได้เดินทางไปที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดแพร่ เพื่อติดตามเรื่องที่ดินทำกินของชาวบ้าน ที่มีมานานกว่า 24 ปี และได้ยื่นหนังสือมาประมาณ 2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีมีความคืบหน้า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แม้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าทั้งสองเหตุการณ์จะเกี่ยวข้องกับการทำงานเรื่องที่ดินหรือสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้น และยังไม่ได้มีการคลี่คลายคดี แต่ปมอันเป็นที่มาของการก่อเหตุประการหนึ่ง ซึ่งน่าจะถูกตั้งเป็นประเด็นของการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องบทบาทในการทำงานด้านการพัฒนาและการจัดการที่ดินของบุคคลทั้งสอง

 

อ้างอิง

[1] ไทเรล ฮาเบอร์คอร์น เขียน เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว พงเลิศ พงษ์วนานต์ แปล, การปฏิวัติที่ถูกตัดตอน ชาวนา นักศึกษา กฎหมาย และความรุนแรงในภาคเหนือของไทย, สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน,2560 หน้า 173

 

เครดิตภาพที่ใช้ในการทำ Timeline

Amnesty International Thailand – แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

สยามรัฐ https://siamrath.co.th/n/44515

เฟสบุ๊กำนันเกษตร ยศบุญเรือง