รับสุภาพ คำแหล้ คืนสู่อิสระภาพ

วันนี้ (6 มกราคม 2560) ณ เรือนจำภูเขียว เครือข่ายปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศ อาทิ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินอีสาน เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด สหพันธ์เกษตกรภาคใต้ (สกต.) สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี เครือข่ายสลัมสี่ภาค มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ฯลฯ มาต้อนรับแม่สุภาพ คำแหล้คืนสู่บ้าน คืนสู่อิสระภาพ หลังจากต้องรับโทษจำคุก 6 เดือนตามคำพิพากษาศาลฏีกาในคดีบุกรุกป่าสงวนฯอันเป็นที่ดินดั้งเดิมของพ่อตนเอง

คดีนี้ เกิดขึ้นราวปี 2554 หลังจากเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าควบคุมตัวชาวบ้านโคกยาวจำนวน 10 คน และแจ้งข้อหาบุกรุกป่าสงวนภูซำผักหนาม

พ่อเด่น คำแหล้ นักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินผู้ที่สูญหายไปตั้งแต่ 16 เมษายน 2559 และแม่สุภาพภรรยาตกเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวด้วย ซึ่งต่อมาในคดีของพ่อเด่น แม่สุภาพ ศาลจังหวัดภูเขียว และศาลอุทธรณ์ภาค 3 ล้วน พิพากษาให้พ่อเด่น และแม่สุภาพ จำคุกเป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และไม่ให้ประกันตัว เพราะเกรงว่าจะหลบหนี และศาลไม่อนุญาตฎีกา

อย่างไรก็ดี ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2556 เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน( คปอ.)และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-move ได้ชุมนุมที่กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานภาครัฐ และร่วมเดินรณรงค์ไปยังศาลฎีกา พร้อมกับยื่นหนังสือขอให้ศาลฎีกาปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว ประกอบกับช่วงดังกล่าวทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล ซึ่งต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันตัวทั้งสองได้ โดยมีประกันตัวจำเลยทั้ง 2 รายละ 300,000 บาท

20 ก.ย. 2559 ศาลจังหวัดภูเขียว นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โดยทนายได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาออกไป เนื่องจากแม่สุภาพต้องตรวจโรค ในขณะเดียวกัน ผู้รับมอบอำนาจจากนายประกัน (กองทุนยุติธรรม) ของพ่อเด่น คำแหล้ ได้ยื่นคำร้องว่าพ่อเด่นไม่ได้มาศาล เนื่องจากหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 2559 ซึ่งมีการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อติดตามตัวแล้ว แต่ยังไม่พบตัว ศาลจึงให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไป และนัดไต่สวนการหายตัวไปของพ่อเด่น

วันที่ 9 พ.ค. 2560 ศาลจังหวัดภูเขียวได้นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาและฟังคำสั่งการไต่สวนกรณีการหายตัวไปของพ่อเด่น คำแหล้ ซึ่งผลคือศาลฎีกาไม่เชื่อว่าพ่อเด่นถึงแก่ความตาย การที่พ่อเด่นไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลถือว่าพ่อเด่นหลบหนี จึงให้ศาลจังหวัดภูเขียวดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งดังกล่าว ศาลจังหวัดภูเขียวจึงได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับพ่อเด่นและปรับนายประกัน และได้มีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาออกไป

วันที่ 27 ก.ค. 2560 ศาลจังหวัดภูเขียวนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้ง แม่สุภาพเดินทางมาศาลลำพังโดยปราศจากคู่ชีวิต เพราะพ่อเด่นยังคงสูญหาย ในวันดังกล่าวศาลได้อ่านคำพิพากษาของศาลฏีกาให้จำคุกแม่สุภาพ 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา และให้ออกจากพื้นที่พิพาท ซึ่งแม้ในคำพิพากษาศาลฏีกาจะยอมรับข้อเท็จจริงว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ที่พ่อของแม่สุภาพทำประโยชน์มาก่อนการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ แต่เมื่อมีการประกาศเขตป่าสงวนแล้ว ก็ย่อมไม่มีสิทธิครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ได้ มีสิทธิได้เพียงแค่ค่าชดเชย

หลังถูกปล่อยตัว แม่สุภาพยืนยันว่าจะสู้เพื่อสิทธิอันชอบธรรมในการอยู่อาศัยทำกินในผืนดินบรรพบุรุษต่อไป

หลังจากนั้นทางเครือข่ายฯ ได้พาแม่สุภาพมาทำพิธีบายศรีสูขวัญตามความเชื่อเพื่อเรียกขวัญและสร้างศิริมงคล ณ วัดดงสะคร่าน อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น โดยมีพี่น้องเครือข่ายต่างๆตามมาร่วมอย่างอบอุ่น