เมื่อ “แม่” เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม…

 

…เมื่อ “แม่” เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม…

ลูกจะอยู่อย่างไร เมื่อแม่ต้องถูกดำเนินคดี และถูกคุมขังนานกว่า 40 วัน เพราะหาเงินประกันตัวไม่ได้

เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้าไปสัมผัสกับกระบวนการยุติธรรม

เธอเป็นเกษตรกร เป็นคนที่ต่อสู้เรื่องสิทธิในที่ดิน และที่สำคัญเธอเป็น “แม่”

เธอคือ วิไลวรรณ กลับนุ้ย หนึ่งในจำเลยคดี “ชุมชนน้ำแดง” จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ถูกดำเนินคดีอาญาความผิดฐาน ซ่องโจร ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้น ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนหรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ซึ่งพืชหรือพืชผลของกสิกร

วิไลวรรณ กลับนุ้ย ได้ร่วมกับเกษตรกรไร้ที่ดินทำกินจำนวนหนึ่ง ในนามสหพันธ์เกตรกรภาคใต้ เรียกร้องให้มีการตรวจสอบที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่เอกชนครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เกษตรกรไร้ที่ดินเหล่านี้ได้เรียกร้องให้มีการปฏิรูปที่ดินอย่างเป็นธรรม
แต่การปฏิรูปที่ดินก็ดำเนินไปอย่างล้าช้า เกษตรกรแต่ละกลุ่มภายใต้การนำของสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้จึงได้เข้าไปก่อตั้งเป็นชุมชนในพื้นที่รกร้างว่างเปล่า พื้นที่ที่เอกชนครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และสร้างรูปแบบการจัดการพื้นที่แบบโฉนดชุมชน

วิไลวรรณและเกษตรกรจำนวนกว่าร้อยคน ได้เข้าครอบครองที่ดินที่เอกชนปล่อยทิ้งร้าง และร่วมกันก่อตั้งเป็น “ชุมชนน้ำแดงพัฒนา” ขึ้น ที่ตำบลคลองน้อย อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฏร์
ธานี ตั้งแต่ ปี 2552 ชาวบ้านได้ร่วมกันจัดการพื้นที่ โดยได้ทำการปลูกทั้งพืช เศรษฐกิจ คือปาล์มน้ำมัน และพืชอาหาร เช่น กล้วย, ข่า, ไผ่, ตะไคร้ ฯลฯ เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตของตนเอง

วิไลวรรณ เล่าให้เราฟังว่า วันที่ 21 เมษายน 2560 เธอถูกจับพร้อมกับชาวบ้านน้ำแดงพัฒนาอีก 2 คน ก่อนหน้านี้คือวันที่ 20 เมษายน 2560 มีตำรวจเข้าไปจับกุมชาวบ้านในชุมชนน้ำแดงมาแล้ว 5 คน หลังจากถูกจับ วิไลวรรณถูกนำตัวไปที่ศาลจังหวัดเวียงสระเพื่อทำเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่เธอก็ไม่ได้รับการประกันตัว เพราะศาลกำหนดอัตราหลักประกันค่อนข้างสูง คือคดีละ 200,000 บาท รวม 3 คดีจึงต้องใช้หลักประกันสูงถึง 600,000 บาท

วิไลวรรณ ไม่สามารถหาเงินมาซื้อหลักประกันได้ เธอจึงต้องอยู่ในเรือนจำจนไปถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 รวมเป็นเวลา 40 วัน ถึงได้ออกมาจากเรือนจำ เพราะญาติพยายามหาเงินมาซื้อหลักประกันได้

วิไลวรรณ อยู่อาศัยอยู่กับลูกอีก 2 คน หนึ่งคนเป็นลูกสาว อายุ 16 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 และลูกอีกคนหนึ่งเป็นลูกชายวัย 2 ขวบครึ่ง ซึ่งตอนนี้กำลังเรียนอยู่ในชั้นเตรียมอนุบาล

ตอนที่เธอถูกจับและต้องอยู่ในเรือนจำเพราะไม่มีเงินประกันตัว ภาระการเลี้ยงดูลูกๆจึงตกอยู่ที่แม่ของเธอ (ยายของเด็กๆ)

วิไลวรรณเล่าให้เราฟังว่า ระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่ เธอคิดถึงลูกของเธอมาก เธอร้องไห้ทุกวัน เพราะความเป็นห่วงลูก
แม่ของเธอบอกกับเธอว่า ลูกชายวัย 2 ขวบครึ่ง ร้องไห้หาแม่ทุกวัน แม่เธอต้องปิดบังไม่ให้ลูกชายของเธอรู้ว่าเธออยู่ในเรือนจำ ส่วนลูกสาวของเธอ ก็โดนเพื่อนล้อว่าแม่ติดตาราง ต้องออกไปหางานพาร์ทไทม์ทำ และหาเช่าหออยู่ข้างนอก

เธอบอกกับเราว่า พอเธอออกมาแล้ว มันเหมือนต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ทั้งหมดเลย ต้องพาลูกออกไปอยู่ที่อื่น ตอนนี้เหมือนกับว่าชีวิตของเธอกำลังเจอกับช่วงเวลาที่เลวร้ายอยู่

ระหว่างที่เธอเล่าเรื่องราวต่างๆให้เราฟัง เราสังเกตว่าเธอเริ่มน้ำตาคลอ เราจึงเลือกที่จะหยุดถามเธอต่อ…